
บลจ.ไทยพาณิชย์ขยับลงทุนพันธบัตรอิสราเอล
บลจ.ไทยพาณิชย์ รุก 2 กองตราสารหนี้ มูลค่า 6,000 ล้านบาท เน้นลงทุนหุ้นกู้ 3 ปี ชูผลตอบแทน 3% พร้อมพันธบัตรไทยผสมอิสราเอล 6 เดือน
บลจ.ไทยพาณิชย์ รุก 2 กองตราสารหนี้ มูลค่า 6,000 ล้านบาท เน้นลงทุนหุ้นกู้ 3 ปี ชูผลตอบแทน 3% พร้อมพันธบัตรไทยผสมอิสราเอล 6 เดือน
นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมเปิดเสนอขายกองทุนตราสารหนี้พร้อมกัน 2 กองทุนในช่วงระหว่างวันที่ 11-17 ม.ค.นี้ รวมมูลค่า 3,500 ล้านบาท โดยจะเปิดจองเพียงครั้งเดียวด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท ประกอบด้วย กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ 3Y3 (SCB Fixed Income 3Y3 Open End Fund) อายุประมาณ 3 ปี มูลค่า 1,000 ล้านบาท
กองทุนดังกล่าวจะเน้นลงทุนในหุ้นกู้เอกชนชั้นดี ที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตจากทริสเรทติ้ง อาทิ บริษัท น้ำตาลมิตรผล (MPSC) เครดิตระดับ A บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ (LH) เครดิตระดับ A บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง (DMT) เครดิตระดับ A- บริษัท เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (AP) เครดิตระดับ BBB+ ส่วนที่เหลือลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งคาดว่าจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 3.0% ต่อปี โดยบริษัทจะจ่ายผลตอบแทนทุกๆ 6 เดือน
นอกจากนี้ ยังเปิดเสนอขายกองทุนไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ 6M3 หรือ SCB Fixed Income 6M3 Open End Fund (SCBFI6M3) โดยมีขนาดกองทุน 2,500 ล้านบาท ระยะเวลาการลงทุน 6 เดือน โดยสามารถลงทุนขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท และคาดผลตอบแทนจากการลงทุนประมาณ 1.9% ต่อปี
นางโชติกา กล่าวว่า บริษัทฯจะนำเงินที่ระดมได้ไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยประมาณ 75% ส่วนที่เหลือลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลอิสราเอล ซึ่งเป็นประเทศที่มีพื้นฐานเศรษฐกิจแข็งแกร่ง เป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มความร่วมมือเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) และถูกจัดกลุ่มให้เป็นประเทศพัฒนาแล้ว (developed country) ตามนิยามของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยมูดี้ส์ เอสแอนด์พีและฟิทช์ ให้อันดับเรทติ้งประเทศที่ A1 / A / A นอกจากนั้นประเทศอิสราเอลมีฐานะการเงินระหว่างประเทศแข็งแกร่งโดยมีทรัพย์สินต่างประเทศสูงกว่าหนี้สินต่างประเทศ







