
กสทเปลี่ยนอินเทอร์เน็ต สร้างภาพวัยรุ่นมากขึ้น
แคท อินเทอร์เน็ต ปรับลุคบุกลูกค้าคอนซูเมอร์รุกตลาดวัยรุ่น หวังรายได้ขยับทะลุ 1,000 ล้านบาท
แคท อินเทอร์เน็ต ปรับลุคบุกลูกค้าคอนซูเมอร์รุกตลาดวัยรุ่น หวังรายได้ขยับทะลุ 1,000 ล้านบาท
นายสมพล จันทร์ประเสริฐ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจบรอดแบรนด์ บริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ปรับตำแหน่งทางการตลาดของบริการ แคท อินเทอร์เน็ต ให้มีภาพของความทันสมัยมากขึ้น โดยได้ร่วมมือกับเครือเมเจอร์ เปิดโรงภาพยนตร์ แคท อินเทอร์เน็ต อัลทิเมท สกรีน ที่เอสพละนาดซีเนเพล็กซ์ งามวงศ์วาน
การปรับเปลี่ยนภาพครั้งนี้มีเป้าหมายเจาะกลุ่มลูกค้าคอนซูเมอร์ทั่วไปให้มากขึ้นจากเดิมที่กลุ่มลูกค้าของแคท อินเทอร์เน็ต จะเน้นกลุ่มลูกค้าองค์กร ขณะที่การใช้งานอินเทอร์เน็ตของกลุ่มคอนซูเมอร์นั้นเริ่มขยายวงกว้างมากอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมั่นใจว่าการปรับภาพลักษณ์ของแคท อินเทอร์เน็ตครั้งนี้ จะทำให้แคท อินเทอร์เน็ต ได้รับความสนใจจากกลุ่มลูกค้ามากขึ้น และจะช่วยเพิ่มรายได้ของบริการนี้ได้อีกจากปัจจุบันที่มีรายได้ 1,000 ล้านบาท
นายสมพล กล่าวว่า รายได้จากบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (บรอดแบนด์) จะเข้ามาแทนที่บริการโทร.ทางไกลระหว่างประเทศที่เคยเป็นธุรกิจหลักของ กสทฯ เนื่องจากเป็นบริการที่มีอัตราการใช้งานเติบโตทุกปี โดยปีที่ผ่านมามีรายได้ประมาณ 7,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 7,400 ล้านบาท
สำหรับรายได้ที่เพิ่มขึ้นนั้นมาจากการใช้งานบริการสื่อสารข้อมูล โดยเฉพาะบริการวงจรเช่าต่างประเทศ หรือเกตเวย์ ทั้งจากลูกค้าในประเทศและลูกค้าต่างประเทศที่มีสำนักงานสาขาในไทย รวม 6,000 ล้านบาท บริการอินเทอร์เน็ต 1,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นรายได้จากการให้บริการอีออกชัน ระบบรักษาความปลอดภัย และศูนย์รับฝากข้อมูลอินเทอร์เน็ต หรืออินเทอร์เน็ต ดาตา เซ็นเตอร์
น.ส.ธันวดี วงศ์ธีรฤทธิ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจโทรศัพท์ กสทฯ กล่าวว่า รายได้ของบริการโทร.ทางไกลระหว่างประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมามีรายได้เพียง 5,000 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนรายได้เพียง 18% ของ กสทฯซึ่งถือว่าลดลงอย่างมากหากเทียบกับช่วงที่มีรายได้สูงสุดที่ปีละ1.2-1.3 หมื่นล้านบาท หรือ 80% ของรายได้รวม
สาเหตุหลักมาจากการใช้กลยุทธ์ด้านราคากับบริการโทร.ผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต รหัส 009 ที่แม้จะช่วยกระตุ้นปริมาณการใช้งาน (ทราฟฟิก) เพิ่มขึ้นแต่ไม่ส่งผลดีในด้านรายได้ โดยรายได้หายไป 10%
นอกจากนี้ กสทฯ ยังได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. โดยรายได้จากบริการหายไปอีก 10% ส่งผลให้รายได้ไม่เติบโตขึ้น และมีงบทางการตลาดน้อยลงจาก 290 ล้านบาทเหลือเพียง 120 ล้านบาท อย่างไรก็ตามยังคงตั้งเป้าครองส่วนแบ่งตลาดที่ 60% จากมูลค่าตลาดรวมที่มีอยู่ประมาณ 8,000 ล้านบาท







