
อสังหาฯรายกลางเล็กเร่งปรับตัวรับปีเถาะ
โพสต์ทูเดย์
— อสังหาฯ รายกลางเล็ก มั่นใจยังไม่ตายจากตลาด ชี้ต้องปรับตัวโตในทำเลที่ถนัด ย้ำบริหารต้นทุนง่ายกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่นายปราโมทย์ เจษฎาวรางกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วังทองกรุ๊ป เปิดเผยว่า บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายขนาดกลางและเล็ก ที่ปรับตัวจะยังไม่สูญหายไปจากตลาด เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์นั้นยังเปิดกว้าง โดยรายที่มีการปรับตัวได้ดีในภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วจะอยู่นาน ขณะที่ผู้ประกอบการรายเล็กนั้นควรจะพัฒนาโครงการให้โดดเด่นเฉพาะในแต่ละทำเล ซึ่งรายเล็กนั้นสามารถบริหารและควบคุมต้นทุนได้ง่ายกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่
“
หากจะขยายธุรกิจให้เป็นขนาดใหญ่มากก็อันตรายเห็นได้จากวิกฤตเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 ที่ผู้ประกอบการหลายรายต่างเจ็บตัว แต่เราจะเน้นเป็นบริษัทที่จิ๋วแต่แจ๋ว” นายปราโมทย์ กล่าวอย่างไรก็ตาม บริษัทได้เริ่มปรับรูปแบบการทำงานให้ผู้บริหารระดับกลางให้ทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น เพื่อมีการประเมินสถานการณ์และเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว เนื่องจากปัจจุบันปัจจัยเสี่ยงมีมากขึ้น เช่น ปัญหาน้ำท่วม ภาวะการเมืองที่ผกผัน จากในอดีตเหตุการณ์ดังกล่าวแทบจะไม่เกิดขึ้น
แผนการดำเนินงานในปีนี้บริษัทจะเร่งปิดการขายโครงการที่มีเหลืออยู่ในสต๊อก จำนวน 600 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 1,500 ล้านบาท ในครึ่งปีแรกของปี 2554 ก่อน จากนั้นในช่วงกลางปีจึงจะเปิดขาย 4 โครงการใหม่ ประกอบด้วยทาวน์เฮาส์ 2 โครงการ ราคาต่อยูนิตกว่า 2 ล้านบาท และบ้านเดี่ยว 2 โครงการ ราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท อยู่ในทำเล กรุงเทพฯ ตอนเหนือ ซึ่งเป็นทำเลเดิมที่บริษัทพัฒนา
สำหรับในปีนี้บริษัทยังไม่มีแผนพัฒนาโครงการประเภทคอนโดมิเนียม ขณะที่แผนการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นั้น ยังเป็นแผนระยะยาว 35 ปี
อย่างไรก็ตาม เมื่อปี 2553 บริษัทมียอดขาย 1,600 ล้านบาท และมียอดรับรู้รายได้ 1,200 ล้านบาท ส่วนในปี 2554 ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 2,000 ล้านบาท และตั้งเป้ายอดรับรู้รายได้ไว้ 1,500 ล้านบาท
ด้านบริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป ซึ่งเป็นเจ้าตลาดอสังหาริมทรัพย์ย่านนนทบุรี และเพิ่งนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ได้เปิดตัวโครงการใหม่เดอะคลัสเตอร์ วิลล์ 3 ปิ่นเกล้า
–ราชพฤกษ์ ทาวน์โฮมสไตล์ โมเดิร์น จำนวน 116 หลัง ราคาขาย 2.794.59 ล้านบาทต่อยูนิต มูลค่าโครงการ 400 ล้านบาท






