posttoday
คำอธิฐานปีใหม่ ขอให้เศรษฐกิจสดใส

คำอธิฐานปีใหม่ ขอให้เศรษฐกิจสดใส

10 มกราคม 2554

....ฐาปนา

ถึงตอนนี้ เข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของการทำงานในปี พ.ศ. 2554 แล้ว แต่ต้องขออนุญาตพาท่านผู้อ่านย้อนไปถึงสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นสัปดาห์แรกในการทำงานปีกระต่าย กับภาพที่จะว่าไปแล้ว ก็คุ้นตาดี แต่บางคนอาจจะไม่ค่อยเชื่อว่า เขาเป็นอย่างนี้กันจริงๆ หรือ นั่นคือ นักธุรกิจชาวแดนอาทิตย์อุทัยจำนวนมาก แห่ไปไหว้พระ ไหว้เจ้า เพื่อเป็นสิริมงคลก่อนที่จะเข้าสู่โหมดของการทำงานในวันแรกของปี ค.ศ. 2011

ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงที่สุด และมีนักธุรกิจแห่ไปขอพรกันมากที่สุด คือ ศาลเจ้าคันดะ เมียวจิน ซึ่งอยู่กลางเมืองโตเกียว ในย่านใกล้ๆ กับย่านอากิฮาบารา ซึ่งเมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเปิดทำงานวันแรก มีเหล่านักธุรกิจของญี่ปุ่นแห่ไปขอพร และอธิษฐานต่างๆ นานากันตั้งราวๆ 7 หมื่นคน

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า คนที่ไปนั้น ส่วนใหญ่บอกว่า ต้องการสวดมนต์เพื่อขอให้โชคดี และที่สำคัญคือ อธิษฐานขอให้เศรษฐกิจของประเทศที่กำลังซบเซาได้ฟื้นคืนขึ้น ซึ่งจะเป็นการส่งผลถึงพวกเขา ให้ทำงานได้อย่างก้าวหน้าตามไปด้วย

โยชิโกะ ซาเอกิ นักธุรกิจอายุ 46 ปี บอกกับรอยเตอร์สว่า ที่ผ่านมาเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีแต่ข่าวร้ายออกมาโดยตลอด ก่อนจะเข้าทำงานวันแรก ก็เลยต้องมาตั้งจิตอธิษฐานขอให้ปี ค.ศ. 2011 นี้ มีข่าวดีๆ ทางเศรษฐกิจบ้าง โดยเฉพาะข่าวที่จะทำให้เหล่านักธุรกิจเบิกบานใจ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจากสภาพหงอยเหงาอย่างที่เป็นอยู่

รอยเตอร์ส รายงานว่า เศรษฐกิจของญี่ปุ่นในปัจจุบันนี้ น่าจะเรียกได้ว่า อยู่ในช่วงของการฟื้นตัวอย่างเชื่องช้า หลังจากความถดถอยอย่างรุนแรงได้เกิดขึ้น ส่วนตัวเลขชัดๆ ที่ออกมาจากภาครัฐนั้น มีการประกาศว่า ในเดือน ก.ค. ถึงเดือน ก.ย.ปีที่แล้วนั้น อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่นอยู่ที่ 1.1% ซึ่งแม้จะเป็นตัวเลขที่ทำได้สูงกว่าประมาณการ แต่ก็ถือว่าค่อนข้างต่ำเตี้ยเลยทีเดียว และในระยะเวลาใกล้ๆ นี้ ก็ไม่น่าจะกระเตื้องขึ้นได้มากนัก

รอยเตอร์สยังไปสอบถามเหล่านักวิเคราะห์ต่างๆ ถึงตัวเลขทางเศรษฐกิจในไตรมาสถัดมา ซึ่งยังไม่มีประกาศที่ชัดเจนออกมาจากรัฐบาล แต่เหล่านักวิเคราะห์มองว่า ในรอบเดือน ต.ค. ถึงเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจญี่ปุ่นในภาพรวมน่าจะหดตัวลงประมาณ 0.1% อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากภาวะการส่งออกที่ถดถอย มิหนำซ้ำ การผลิตในอุตสาหกรรมรถยนต์ก็ลดลง เรื่องจากมาตรการสนับสนุนของรัฐบาลในการอุดหนุนการถอยรถใหม่ที่ปล่อยมลพิษต่ำได้หมดลงแล้ว อุตสาหกรรมรถยนต์ก็เลยพลอยทรุดไปกับการหมดมาตรการด้วย

ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ประกอบกับนักธุรกิจญี่ปุ่นที่ใครๆ ทั่วโลกมองว่าเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนั้น อันที่จริงแล้ว ยังเป็นนักธุรกิจหัวเก่า และให้ความสำคัญกับวัฒนธรรม ประเพณีเดิมๆ การแห่ไปไหว้ขอพรจากวัดดังๆ จึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกปี และปีนี้เป็นปีที่พิเศษกว่าปกติ เพราะใครๆ ต่างก็คาดหวังให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้นเสียที ภาพที่เห็นก็เลยเป็นภาพที่ทำให้คนหัวใหม่ออกจะงงๆ อยู่กับแนวคิดทางธุรกิจของคนญี่ปุ่น (ซึ่งจะว่าไปก็ไม่น่าจะต่างกับบ้านเรามากนัก เพราะนักธุรกิจใหญ่ๆ ของเราก็ไปไหว้พระขอพร และพึ่งหมอดูกันเป็นประจำเหมือนกัน)

ชินยะ วาตานาเบะ นักธุรกิจรุ่นใหม่ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เดินทางไปไหว้เจ้าก่อนที่จะเริ่มงานวันแรก เขาก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ตั้งใจอธิษฐานไม่แตกต่างไปจากคนอื่นๆ คือ ขอให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นฟื้นตัวขึ้นมาจากจุดต่ำสุดเสียที

อย่างไรก็ตาม วาตานาเบะก็ยังมองโลกในแง่ดีอยู่ อย่างน้อยเขาก็ยังถือว่าเป็นคนโชคดีที่ยังมีงานทำ ในขณะที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากตกงาน โดยมีรายงานว่าในเดือน ก.ย. และเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา อัตราว่างงานรวมของญี่ปุ่นสูงถึง 5.1% และมีรายงานในเดือน พ.ย. ออกมาว่า ประชาชนในวัย 1524 ปี ซึ่งเป็นวัยเริ่มต้นของการทำงานนั้นมีคนจำนวน 1 ใน 12 คนที่ยังว่างงานอยู่

ซาดาโอะ โฮโซอิ ผู้จัดการโรงงานพลังงานนิวเคลียร์แห่งหนึ่ง บอกว่า ในสถานการณ์อย่างนี้ เป็นเรื่องยากที่คนอายุน้อยจะสามารถหางานทำได้ แต่ก็ตั้งความหวังว่า ปีใหม่นี้จะเป็นปีที่นำมาซึ่งความหวังให้แก่คนหนุ่มสาว (ธุรกิจแดนปลาดิบต่างจากเราที่ว่า เมื่อคนเข้าทำงานแล้ว ก็จะอยู่กันนานๆ ไม่ออกง่ายๆ หากไม่มีการขยายกิจการ ก็ยากจะรับเด็กใหม่ ในขณะที่บ้านเรา หากธุรกิจไปได้ไม่ดี ก็ปลดคนเก่าที่เงินเดือนเยอะออกก่อน เพื่อรับเด็กใหม่ที่เงินเดือนต่ำกว่า)

ในขณะที่ โซชาบูโระ จิมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ตั้งความหวังด้วยเช่นกันว่า เนื่องในโอกาสปีกระต่าย เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะกระโดด กระโดด และกระโดดไปอย่างเดียวกับที่กระต่ายกระโดด และขอให้นักธุรกิจทุกคนในประเทศมา “กระโดด” ไปข้างหน้าด้วยกัน

สำหรับคนไทยอย่างเรา ที่มีญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศคู่ค้าสำคัญ ก็คงต้องช่วยตั้งความหวัง หรือช่วยส่งใจไปอธิษฐานให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นดีขึ้น เพราะหากเศรษฐกิจญี่ปุ่นกระโดดได้ ก็จะส่งแรงกระโดดมาถึงไทยด้วย

ว่าแล้ว ก็มาช่วยกันกระโดดเหมือนที่รัฐมนตรีจิมิว่ากันเถอะ

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล