
ผลกระทบของข่าวต่อราคาทองคำ
....นพ.กฤชรัตน์ หิรัณยศิริ
ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำได้รับแรงกดดันจากข่าวเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่ออกมาอย่างมาก กดดันทำให้ราคาทองคำตกต่ำลงตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จนราคาลงมาต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ และภายในเวลาเพียง 4 วันทำการของปี 2554 ก็กดดันราคาร่วงหล่นลงมาแล้วกว่า 50 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ หรือร่วงหล่นลงมาประมาณ 3.8% เมื่อเทียบกับราคาทองคำ ณ วันที่ 3 ม.ค. 2554 เกิดคำถามต่อนักลงทุนมากมายว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นเพราะอะไร หรือแม้กระทั่งความคิดถึงทองคำจะเข้าสู่ยุคของฟองสบู่แตกเหมือนน้ำมันหรือเปล่า
ซึ่งมาวิเคราะห์ดูภาพที่เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพียง 4 วันทำการ โดยเริ่มจากตัวเลข Factory Orders ที่ประกาศในวันพุธออกมาดีเกินคาดถึง 0.7% จากความคาดหมายว่าจะเป็นเพียงการทรงตัวในระดับเดิม ตัวนี้เป็นตัวกดดันแรกที่ทำให้ราคาร่วงหล่นอย่างรุนแรงตั้งแต่เริ่มเปิดตลาด Comex ในวันพุธที่ 5 ม.ค. 2554 และเป็นวันฝันร้ายของนักลงทุนทองคำ โดยราคาร่วงหล่นในวันเดียวถึง 34 เหรียญสหรัฐ ทำให้เช้าวันรุ่งขึ้นราคาทองคำไทยตกลงไปถึง 350 บาท ในวันพฤหัสบดีที่ 6 ม.ค. ต่อมาก็มีตัวเลข ADP NonFarm Employment Change หรือตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของ ADP ที่ออกมาดีกว่าที่คาดเช่นเดียวกัน คือ เพิ่มขึ้นเป็น 2.97 แสนอัตรา ก็เป็นตัวกดดันในวันที่ 2 ของตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมา และก็กดราคาทองคำให้มีการแกว่งตัวอย่างมากจนตกลงไปถึง 17 เหรียญสหรัฐ ก่อนที่จะสามารถดีดกลับขึ้นมาในท้ายตลาด
แต่ในภาพรวมราคาก็ยังมีแรงเทขายอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ราคาหลุดแนวรับสำคัญที่ระดับ 1,375 เหรียญสหรัฐลงมา ซึ่งเป็นแนวรับของเส้นค่าเฉลี่ย 50 วันของนักลงทุนทั่วไป ตัวเลขทางเศรษฐกิจตัวสุดท้ายที่ออกมาในคืนวันศุกร์แล้วสร้างความผันผวนให้แก่ราคาทองคำอีกครั้งหนึ่งก็คือ NonFarm Employment Change ของภาครัฐบาลที่ออกมาไม่ดีอย่างที่คาดไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 1.59 แสนอัตรา แต่เพิ่มขึ้นเพียง 1.03 แสนอัตรา ก็ทำให้ราคาทองคำที่ร่วงลงอย่างรุนแรงลงไปถึงระดับ 1,353 เหรียญสหรัฐ ดีดตัวกลับขึ้นมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงประมาณ 1617 เหรียญสหรัฐ ภายในเวลา 2 ชั่วโมง ราคาขึ้นไปสูงสุดที่ระดับ 1,378 เหรียญสหรัฐ และในภาพรวมของอัตราแลกเปลี่ยนของค่าเงินบาท ในสัปดาห์ที่แล้วก็เป็นช่วงของความผันผวนอย่างมากเช่นเดียวกัน ค่าเงินบาทเองอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วจากระดับ 30.15 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จนมาถึงระดับ 30.38 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในคืนวันศุกร์ ดังนั้นจึงสร้างความผันผวนกับราคาทองคำไทยอย่างมาก ท่านจะเห็นได้ว่าข่าวเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเป็นตัวขับเคลื่อนและผลักดันค่าเงินเหรียญสหรัฐที่สำคัญ ซึ่งในขณะเดียวกันราคาทองคำที่ค่อนข้างผูกติดกับค่าเงินเหรียญสหรัฐในทิศทางตรงข้าม จึงมีความผันผวนอย่างแรงเช่นเดียวกัน
สิ่งที่เขียนมาก็จะทำให้ผู้อ่านเห็นถึงอิทธิพลของข่าว ซึ่งมามีผลโดยตรงต่อราคาทองคำอย่างมาก แล้วก็จะเห็นถึงการตอบสนองของราคาทองคำอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยข่าวก็เปรียบเสมือนเรื่องที่เป็นปัจจัยพื้นฐานที่มากระทบต่อค่าเงินเหรียญสหรัฐ แล้วก็ส่งผลกระทบมาถึงราคาทองคำ และในเชิงที่ 2 คือ จะเห็นภาพของราคาทองคำที่ตอบสนองต่อข่าวเหมือนกัน เปรียบเสมือนเป็นอัตราแลกเปลี่ยนตัวหนึ่งที่เป็นตัวรักษาสมดุลระหว่างค่าเงินเหรียญสหรัฐกับเงินสกุลต่างๆ จึงอาจกล่าวได้ว่าทองคำตอนนี้เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน และก็มีความผันผวนของราคาอย่างมากตามภาวะข่าวเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น จึงเป็นจุดสอนใจให้นักลงทุนเข้าใจถึงวิธีการวิเคราะห์และติดตามราคาทองคำ รวมไปถึงจะเห็นภาพของการเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่เปรียบเทียบได้กับการบริหาร หรือการวิเคราะห์ในทางเทคนิค เพราะภาพที่เกิดขึ้นจากราคาที่ขึ้นลงแรงๆ ก็เป็นตัวแปรไปสู่ความผันผวนของ Technical ที่มี Time Flame ต่างๆ กัน ก็จะทำให้นักลงทุนตอบสนองต่อข่าวในเชิงการบริหารความเสี่ยง โดยเป็น Stop Selling หรือ Short Covering ซึ่งภาพนี้เห็นได้ชัดมากขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมานั่นเอง
สำหรับคำถามว่าทองคำตอนนี้เข้าสู่ยุคฟองสบู่แตกหรือไม่ ก็ยังยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะเหตุผลสำคัญก็คือมี Real Demand จาก Physical Gold อย่างมากจากทั่วโลกรวมมาถึงประเทศไทยด้วย ซึ่งการที่มี Demand ซื้ออย่างรุนแรง ทำให้ Factory Orders ในการผลิตทองคำ ณ ขณะนี้ทำไม่ทัน และเกิดการขาดตลาดอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในสัปดาห์หน้า ซึ่งมีจีนเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ ตามมาด้วยอินเดีย และเวียดนาม ส่วนประเทศไทยก็มีแรงซื้อทองคำแท่งเข้ามาอย่างมาก จนทำให้การส่งมอบทองคำแท่งในสัปดาห์หน้าต้องเลื่อนระยะเวลาออกไป ทั้งผลิตไม่ทัน และตลาดต่างประเทศก็ไม่สามารถส่งทองคำได้ตามระยะเวลาที่กำหนด
จึงเป็นคำตอบที่มั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไม่ใช่ภาวะฟองสบู่แตก เพียงแต่จะเห็นการแกว่งตัวของราคาทองคำอย่างนี้ไปตลอดปี 2554 นักลงทุนจึงจะต้องเริ่มฝึกความรู้ความสามารถในเชิงกลยุทธ์ของตนเองให้มากขึ้น เพราะทองคำเริ่มสร้างความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ในเชิงการลงทุนแบบเก็งกำไรที่เกิดขึ้นทั่วโลก และผมเองยังมองว่าการลงทุนในทองคำจะมีเช่นนี้ไปได้ตลอดจนไม่มีจุดสิ้นสุด เพราะทองคำได้เปลี่ยนพฤติกรรมไปเป็นสิ่งที่อาจจะเรียกในอนาคตว่า Gold Currency หรือที่ต่างประเทศใช้คำว่า Hard Asset ที่จับต้องได้ ในขณะที่สกุลเงินต่างๆ ถือว่าเป็นเพียง Paper Asset เท่านั้น
วิเคราะห์ทางเทคนิคราคาทองคำ
ทองคำร่วงหลุดแนวรับสำคัญในเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน รวมทั้งเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้นก็ตัดลง ทำให้ในเชิงของเทคนิคทองคำเข้าสู่ภาวะขาลงในระยะสั้นๆ ขอย้ำว่าน่าจะเป็นเพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น ซึ่งจะหมายถึงความผันผวนของราคาทองคำ และหมายถึงกลยุทธ์ที่นักลงทุนจะต้องเริ่มเข้าใจมากขึ้น Oscillator ในระยะสั้นมากรายชั่วโมงบางตัวเริ่มทรงตัวได้ และมีทิศทางเป็นขาขึ้นอย่างเช่น RSI และ Slow Sto. นั่นหมายถึงภาพรวมที่น่าจะทำให้ราคาหยุดตกได้ โดยที่คาดว่าราคาทองคำน่าจะเข้าสู่การเคลื่อนตัวแบบสะสมพลังก่อนที่จะดีดกลับขึ้นไปได้ โดยน่าจะเคลื่อนตัวในช่วง 1,3601,385 เหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์หน้า
คำแนะนำ
ให้นักลงทุนบริหาร Port การลงทุนให้เหมาะสม ซื้อบริเวณแนวรับ และขายบริเวณแนวต้าน
สนใจการลงทุนทองคำแท่ง ให้ใช้ระบบ Gold Online และลงทุนใน Gold Futures ให้ใช้ผสมผสานกับระบบทองคำแท่ง ท่านจะสามารถเพิ่มผลกำไรได้มากขึ้น Call Center 022225959







