
คลังจ่อรีดภาษีโรงเรียนกวดวิชา
สรรพากรระบุอาศัยช่องว่างวิชาชีพครูไม่เสียทั้งภาษีเงินได้และนิติบุคคลเลย
โพสต์ทูเดย์
— คลังรับลูกเก็บภาษีโรงเรียนกวดวิชา สั่งสรรพากรหาช่องล้วงรายได้นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 11 ม.ค. 2554 จะรายงานให้ทราบว่ากระทรวงการคลังเห็นชอบในหลักการตามที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้คลังจัดเก็บภาษีจากโรงเรียนสอนกวดวิชา แต่จะยังไม่มีการเสนอให้ ครม.พิจารณาว่าจะจัดเก็บภาษีในรูปแบบใด ซึ่งที่ผ่านมาได้สั่งให้กรมสรรพากรไปศึกษาแนวทางที่เหมาะสม
“
คลังเห็นด้วยกับเหตุผลของ ป.ป.ช. ที่เห็นว่าสถาบันกวดวิชาเป็นการรั่วไหลที่รัฐบาลควรเข้าไปจัดเก็บรายได้ ซึ่งตามบทบาทของ ป.ป.ช.เขาก็ต้องตรวจสอบการทำงานของรัฐให้มีความรัดกุมและเสนอแนวทางได้ แต่เราจะรับมาแล้วปฏิบัติตามหรือไม่ต้องดูความเหมาะสม” นายประดิษฐ์ กล่าวรมช.คลัง กล่าวต่อว่า ได้รับการยืนยันจากอธิบดีกรมสรรพากรแล้วว่า ปัจจุบันกรมสรรพากรไม่ได้เก็บรายได้จากสถาบันกวดวิชา ทั้งรูปของภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา รวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่มจากวิชาชีพครู ซึ่งได้รับการลดหย่อนทั้งหมด
แต่ในความเป็นจริงสถาบันกวดวิชาเน้นในเชิงธุรกิจทำกำไรมาก กว่าส่งเสริมการศึกษา มีการเก็บค่าเรียนที่แพงขายซีดี และอื่นๆ ซึ่งล้วนเป็นรายได้จำนวนมาก
ทั้งนี้ การจัดเก็บภาษีสถาบันกวดวิชานั้น หากจะดำเนินการก็สามารถทำได้ทันที โดยไม่ต้องรอการปรับโครงสร้างภาษีกรมสรรพากร ซึ่งได้สั่งให้กรมสรรพากรไปศึกษาว่าปัจจุบันที่ไม่มีการจัดเก็บเป็นเม็ดเงินภาษีที่หายไปเท่าไหร่ และถ้าจัดเก็บจะได้รายได้เพิ่มเท่าไหร่ ขณะที่หากมีการจัดเก็บจริงจะเก็บเฉพาะภาษีเงินได้นิติบุคคลเต็มเพดาน 30% หรือไม่ หรือจะจัดเก็บเป็นภาษีประเภทอื่น ได้เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์มุ่งเน้นการหากำไรให้กับเจ้าของโรงเรียนมากขึ้น
ปัจจุบันการขยายสาขาโรงเรียนกวดวิชา กลายเป็นการขายแฟรนไชส์ของโรงเรียนกวดวิชามีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งรายได้จำนวนนี้ถือว่ามหาศาล
ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนที่สำรวจในปี 2550 มีโรงเรียนกวดวิชาที่จดทะเบียนทั่วประเทศทั้งหมด 1,078 แห่ง อยู่ในกรุงเทพฯ 334 แห่ง ต่างจังหวัด 744 แห่ง จำนวนนักเรียนที่เรียนกวดวิชาทั้งสิ้นปีละ 353,060 คน จำนวนครูผู้สอน 7,199 คน ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นและการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่ระบุว่าการเติบโตของธุรกิจกวดวิชาเป็นแบบก้าวกระโดด มีรายได้จากค่าธรรมเนียม 6,039 ล้านบาท ในปี 2550 ผู้ปกครองต้องเสียค่าใช้จ่ายเดือนละ 1,0003,000 บาท
ทั้งนี้ กรมสรรพากรได้ตรวจสอบธุรกิจโรงเรียนนอกระบบ พบว่าไม่มีการกำหนดเพดานค่าธรรมเนียม เพราะกฎหมายใช้คำระบุว่า สามารถเก็บได้ตามสมควร สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จึงไม่สามารถควบคุมค่าเล่าเรียนสำหรับโรงเรียนกวดวิชาได้ ดังนั้นสรรพากรต้องการเก็บภาษีสำหรับโรงเรียนกวดวิชา ซึ่งจากข้อมูลปี 2550 หากรัฐเก็บภาษีจะสามารถนำรายได้เข้ารัฐจำนวนประมาณปีละ 4,000 ล้านบาท







