posttoday
แห่เปิดบริษัทพัฒนาอสังหาฯ

แห่เปิดบริษัทพัฒนาอสังหาฯ

07 มกราคม 2554

กำไรได้ดีกว่ารับเหมาก่อสร้าง ฤทธาตั้งไซมิสแอสเสทลุยบ้าง

โพสต์ทูเดย์ — รับเหมาก่อสร้าง แตกไลน์ตั้งบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ล่าสุดค่ายฤทธา เปิดตัวไซมิส แอสเสท ลุยบ้าง

นายขจร แซ่เอ็ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซมิส แอสเสท ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นกลุ่มเดียวกับบริษัท ฤทธา ผู้ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เปิดเผยว่า ได้จดทะเบียนตั้งบริษัทเมื่อเดือน มี.ค. 2553 เพื่อดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้น ทำกำไรได้มากกว่าธุรกิจรับเหมาก่อสร้างถึงเท่าตัว ซึ่งบริษัทวางแผนจะพัฒนาทั้งโครงการแนวสูงและแนวราบ โดยตั้งเป้าว่าใน 1 ปี จะมียอดขายรวม 1 หมื่นล้านบาท

“ที่ผ่านมาเราทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมานาน 20 ปี เติบโตปีละ 20% มียอดขายไม่ต่ำกว่าปีละ 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปี 2553 มียอดขาย 9,000 ล้านบาท ลดลง 10% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยลบทางการเมืองในประเทศ ขณะที่กำไรของการดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างนั้นจะอยู่ที่ 510% แต่หากมาเป็นผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เอง จะสามารถทำกำไรได้สูงถึง 2030%” นายขจร กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในปีแรกเตรียมเปิดตัว 2 โครงการ ได้แก่ โครงการไซมิส จอยญ่า ซอยสุขุมวิท 31 พัฒนาคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ สูง 7 ชั้น สไตล์โมเดิร์น คอนเทมโพรารี จำนวน 168 ยูนิต มีราคาขาย 89 หมื่นบาทต่อ ตร.ม. มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท จับกลุ่มลูกค้าคนไทยและชาวต่างชาติ โดยมีราคาต่ำกว่าโครงการอื่นๆ ระดับเดียวกัน ประมาณ 2030% ซึ่งส่วนใหญ่มีราคาขาย 1.5 แสนบาทต่อ ตร.ม.ขึ้นไป ปัจจุบันโครงการมียอดขายแล้ว 70% มียูนิตเหลือขาย 50 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 300 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมและสำนักงานให้เช่า บริเวณปากซอยราชครู ถนนพหลโยธิน โดยขณะนี้เตรียมซื้อที่ดินจำนวน 1 ไร่เศษ มูลค่า 280 ล้านบาท ซึ่งที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นทรัพย์ที่ค้างมาตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เนื่องจากผู้ประกอบการเดิมไม่สามารถพัฒนาโครงการต่อได้ โดยจะพัฒนาเป็นอาคารสูง 2 อาคาร ประกอบด้วย 27 ชั้น เป็นคอนโดมิเนียม ส่วนที่เหลืออีก 15 ชั้น จะพัฒนาเป็นโฮมออฟฟิศ มูลค่าโครงการประมาณ 1,2001,300 ล้านบาท

“โครงการที่ปากซ.ราชครูนั้น ใบอนุญาตก่อสร้างเดิมนั้นหมดอายุไปแล้ว แต่รัฐบาลได้ออกกฎหมายนิรโทษกรรม จึงทำให้สามารถพัฒนาโครงการต่อได้เลย โดยไม่ต้องขออนุญาตเรื่องสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอใหม่ คาดว่าอีก 23 เดือน จะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้” นายขจร กล่าว

สำหรับบริษัท ฤทธา นั้นจะกระจายรับงานก่อสร้างหลายรูปแบบ โดยแบ่งเป็นงานก่อสร้างไฮเปอร์มาร์เก็ต เช่น เทสโก้ โลตัส 25% ก่อสร้างโรงงาน 25% งานก่อสร้างคอนโดมิเนียม 25% และโรงแรม และห้างสรรพสินค้า 25% ปัจจุบันมีงานอยู่ในมือหรือแบ็กล็อก จำนวน 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปีครึ่งโดยมีงานก่อสร้างใหญ่ 2 งาน คือโครงการเมะ บางนา ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างห้างมูลค่างาน 3,500 ล้านบาท และงานก่อสร้างอาคารปฏิบัติธรรมในวัดพระธรรมกาย มูลค่างาน 3,500 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี