
ไอแบงก์หนุนบริษัทลูกซื้อลีสซิง
เปิดทางอะมานะฮ์โตทางลัด พร้อมทุ่ม34พันล.ฮุบเจ้าอื่น
โพสต์ทูเดย์
— ไอแบงก์ไฟเขียวบริษัทลูกอะมานะฮ์ ลิสซิ่ง ให้โตทางลัด หนุนเข้าเทกโอเวอร์บริษัทอื่นนายธีรศักดิ์ สุวรรณยศ กรรมการผู้จัดการธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หรือ ไอแบงก์ เปิดเผยว่า ได้ให้นโยบายหลักกับบริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง ในการทำธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ โดยการเน้นสร้างผลกำไรแบบยุติธรรมกับลูกค้าและเป็นไปตามหลักศาสนาอิสลาม ซึ่งนอกจากการให้สินเชื่อเช่าซื้อตามปกติแล้ว หากเห็นโอกาสทางธุกิจที่จะทำให้บริษัทเติบโตได้ ก็สามารถเข้าไปซื้อกิจการจากบริษัทอื่นได้ในวงเงินประมาณ 3,0004,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในส่วนของไอแบงก์เองก็ยังคงทำธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ใหม่เหมือนเดิม แต่จะให้บริการเฉพาะลูกค้าที่เป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจเป็นหลัก โดยในช่วง 3 ปีที่เปิดให้บริการมาจนถึงปัจจุบันไอแบงก์มียอดสินเชื่อเช่าซื้อรวมอยู่ประมาณ 3,000 ล้านบาท ซึ่งต้องยอมรับว่าในแง่ของธุรกิจเช่าซื้อนั้นไอแบงก์ยังไม่มีความเชี่ยวชาญเหมือนกับผู้ประกอบการรายอื่น ดังนั้นในส่วนของลูกค้ารายย่อยก็ต้องให้บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง เป็นผู้ให้บริการเช่าซื้อแทน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญมากกว่า
แผนธุรกิจในปี 2554 ยังคงเน้นปล่อยสินเชื่อรายย่อยหรือไมโครไฟแนนซ์ที่ยังคงเติบโตได้ดีเป็นหลัก โดยมุ่งเน้นไปยังพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี ที่ยังคงขาดโอกาสอยู่ เพื่อให้เข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น
“
เราจะเข้าไปประสานงานตามชุมชน ตามหมู่บ้าน เพื่อให้คนที่ทำการค้าและขาดแคลนเงินทุน มีโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ให้วงเงินกู้คนละประมาณ 5,0005 หมื่นบาท ซึ่งคนจนไม่ใช่คนไม่มีอาชีพ เพียงแต่ขาดโอกาส ซึ่งเราเข้าไปช่วยเหลือในส่วนนี้ได้” นายธีรศักดิ์ กล่าวสำหรับผลการดำเนินงานของบริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง ในงวดไตรมาส 3 ของปีที่ผ่านมามีกำไร 4.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2552 ที่มีกำไร 1.4 ล้านบาท ทั้งนี้เป็นผลมาจากเป็นผลมาจากการชะลอการปล่อยเช่าซื้อ ทำให้รายได้จากสัญญาเช่าซื้อลดลงจาก 42 ล้านบาท เป็น 33 ล้านบาท คิดเป็น 21% ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการขายซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยว เนื่องโดยตรงของธุรกิจลดลงจาก 14 ล้านบาท เหลือ 6 ล้านบาท หนี้สินรวมของลดลงจาก 417 ล้านบาท เหลือ 64 ล้านบาท ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลงจาก 12 ล้านบาท เหลือ 6 ล้านบาท และ ธุรกิจประมูลรถยนต์ใช้แล้วเพื่อจำหน่าย มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นจาก 0.15 ล้านบาท เป็น 0.51 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 240.0 เนื่องจากบริษัท ฯ มีการขยายธุรกิจไปต่างจังหวัดเพิ่มขึ้นแต่งวด 9 เดือนแรกของปีที่ผ่านมา บริษัทยังขาดทุน 11.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2552 ที่มีกำไร 2.4 ล้านบาท







