posttoday
หุ้นต่างประเทศ ภายใต้ภาวะ (อาจ) เกิดสงครามต้องลงทุนต่อไหม

หุ้นต่างประเทศ ภายใต้ภาวะ (อาจ) เกิดสงครามต้องลงทุนต่อไหม

09 มีนาคม 2565

ชัชพล สีวลีพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)

เราอาจจะชะลอการลงทุนได้เพื่อรับมือช่วงวิกฤตต่างๆ แต่เราไม่อาจจะที่จะหยุดการลงทุนตลอดไปได้ และอย่าลืมว่าทุกช่วงวิกฤต มีโอกาสของมันเสมอ ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ช่วงสงครามกับตลาดหุ้นเป็นอย่างไรลองมาดูกัน

ปี ค.ศ.1914 สงครามโลกครั้งที่ 1 เริ่มขึ้น และช่วงหกเดือนหลัง ดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงมากกว่า 30% เนื่องจากสงครามทำให้โลกต้องหยุดชะงักและสภาพคล่องของตลาดลดลงอย่างมาก จึงมีการตัดสินใจปิดตลาดหุ้นในปีนั้น ซึ่งกินเวลานานถึงหกเดือน นานที่สุดเป็นประวัติการณ์ แต่หลังจากนั้น ดาวโจนส์พุ่งขึ้นมากกว่า 88% ในปี 1915 หลังจากที่มันกลับมาเปิดอีกครั้ง ซึ่งยังคงเป็นผลตอบแทนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตั้งแต่เริ่มสงครามในปี 1914 จนถึงสิ้นสุดสงครามในปลายปี 1918 ดาวโจนส์พุ่งขึ้นมากกว่า 43% โดยรวมหรือประมาณ 8.7% ต่อปี

ปี ค.ศ.1939 เริ่มสงครามโลกครั้งที่ 2 โปแลนด์เริ่มโดนบุกเมื่อวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1939 และ เมื่อตลาดเปิดในวันที่ 5 กันยายน ดาวโจนส์พุ่งขึ้นเกือบ 10% ในวันนั้น ในช่วงที่ฐานทัพเรือสหรัฐที่เพิร์ลฮาร์เบอร์ถูกการโจมตีเกิดขึ้นในต้นเดือนธันวาคม ค.ศ. 1941 ตลาดหุ้นปรับตัวลดลง 2.9% และใช้เวลาแค่ 1 เดือนเท่านั้นในการฟื้นตัวของดัชนที่ปรับดลงลงมา และเมื่อกองกำลังพันธมิตรบุกในวันดีเดย์เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ค.ศ. 1944 ตลาดหุ้นแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือมีผลกระทบมากนัก และดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้นมากกว่า 5% ในช่วงเดือนถัดมา และสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้สิ้นสุดลงในปลายปี 1945 ตลอดช่วงระยะเวลา 6 ปีของสงครามโลกครั้งที่ 2 ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 50%  หรือ ประมาณ 7% ต่อปี

ปี ค.ศ.1950 สงครามเกาหลีเริ่มขึ้นในฤดูร้อนในปีนั้น เมื่อเกาหลีเหนือเริ่มรุกรานเกาหลีใต้ ความขัดแย้งนี้สิ้นสุดลงในฤดูร้อนปี 1953 กินระยะเวลาประมาณ 3 ปี ในช่วงเวลานั้น ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 16% ต่อปีหรือเกือบ 60% โดยรวม

ปี ค.ศ.1962 วิกฤตการณ์ขีปนาวุธของคิวบาทำให้โลกใกล้จะเกิดสงครามนิวเคลียร์ในเดือนตุลาคมปี 1962 เมื่อสหรัฐฯ เผชิญกับความขัดแย้งกับรัสเซีย การเผชิญหน้ากินเวลา 13 วัน ในช่วงสองสัปดาห์นั้น ดัชนีดาวโจนส์ นิ่งอย่างน่าประหลาดใจ โดยลดลงเพียง 1.2และช่วงเวลาที่เหลือของปีนั้น ดัชนีดาวโจนส์ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 10%

ปี ค.ศ.1965 สงครามเวียดนาม กองทหารสหรัฐฯ ส่งไปยังเวียดนามในเดือนมีนาคมปี 1965 ดัชนีดาวโจนส์ในปีนั้น นับตั้งแต่ส่งสหรัฐส่งทหารเข้าไป จนถึงสิ้นปี นั้น ดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้นขึ้นเกือบ 10% และเมื่อทหารคนสุดท้ายของกองทัพสหรัฐถูกถอนออกจากเวียดนามในปี ค.ศ. 1973 รวมระยะเวลาทั้งหมดเกือบ 8 ปี ตลาดหุ้นก็เพิ่มขึ้นกว่า 43% ในเวลานั้นหรือหรือ ประมาณ 5% ต่อปี

ปี ค.ศ.2001 ช่วงที่การก่อวินาศกรรม 9/11 เครื่องบินพุ่งชนอาคารเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ ตลาดหุ้นสหรัฐฯหยุดทำการซื้อขาย 5 วันทำการ และเมื่อเปิดทำการซื้อขายแล้ว ตลอดการซื้อขาย 5 วันแรก ดัชนีดาวโจนส์ปรับลดลงถึง 17.5% แต่หลังจากนั้นใช้ระยะเวลาแค่ประมาณ 2 เดือน คือในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ดัชนีสามารถกลับมาปรับสูงขึ้นกว่าช่วงเกิดเหตุการณ์ 9/11 ได้ และดัชนีสามารถเดินหน้าต่อเนื่องในปีถัด”

ปี ค.ศ.2003 สหรัฐฯ บุกอิรักในเดือนมีนาคม 2003 ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.3% ในวันรุ่งขึ้นและเมื่อสิ้นสุดในปีนั้น ตลาดหุ้นสหรัฐเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% จากวันที่เริ่มบุกอิรัก

วอร์เร็น บัฟเฟ็ตต์ เคยให้สัมภาษณ์ กับ CNBC ในปี 2014 ในตอนที่มีปัญหาคล้ายกับในปัจจุบัน ระหว่าง รัสเซียกับ ยูเครน ไว้ว่า “แม้ว่าจะรู้ว่าจะเกิดสงครามครั้งใหญ่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉันจะยังคงซื้อหุ้น” เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งหนึ่งที่คุณมั่นใจได้คือ ถ้าเกิดสงครามครั้งใหญ่ มูลค่าของเงินลงทุนจะลดลง มันเกิดขึ้นในแทบทุกสงคราม สิ่งสุดท้ายที่คุณต้องการทำคือ ถือเงินสดในช่วงเกิดสงคราม คุณอาจต้องการเป็นเจ้าของฟาร์ม คุณอาจต้องการเป็นเจ้าของอพาร์ตเมนต์ คุณอาจต้องการเป็นเจ้าของหลักทรัพย์ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองตลาดหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น และ ตลาดหุ้นจะเดินหน้าต่อเมื่อเวลาผ่านไป”

จะเห็นได้ว่าจากข้อมูลในอดีต ตลาดหุ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐที่ได้มีการเก็บสถิติมา กับการเกิดสงคราม ในระยะสั้นอาจจะมีผลกระทบไม่มากก็น้อย แต่สุดท้ายการลงทุนก็ยังคงต้องมีอยู่ต่อไปอย่างที่มันเป็นมา เพราะความขัดแย้งต่างย่อมมีจุดจบ และจะยิ่งเห็นได้ชัดขึ้น คือ ผลกระทบจากสงครามกับตลาดหุ้น ยิ่งโลกเรานี้ผ่านมันมามากขึ้นๆ เหมือนตลาดหุ้นและนักลงทุนได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ มีบทเรียนและเข้าใจบริบทของเงินทุน ตลาดทุน การลงทุน มามากมาย การกลับตัวของดัชนีกลับใช้ระยะเวลาสั้นลง และดัชนียังเดินหน้าต่อไปได้พร้อมกับการเติบโตที่สูงกว่าในอดีตเสมอๆ

สรุป สุดท้ายขอย้ำอีกครั้งว่าเราอาจจะชะลอการลงทุนได้เพื่อรับมือช่วงวิกฤต แต่เราไม่อาจจะที่จะหยุดการลงทุนตลอดไปได้ และอย่าลืมว่าทุกช่วงวิกฤต มีโอกาสของมันเสมอ จากทั้งหมดนี้คงไม่ต้องบอกว่า เราควรจะลงทุนต่อไปหรือไม่ ถ้าเราเชื่อว่าโลกใบนี้ยังเดินหน้าเติบโตต่อไปได้

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด เวสต์แฮม พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 10 พ.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด เวสต์แฮม พบ อาร์เซน่อล พรีเมียร์ลีก วันนี้ 10 พ.ค.69