
ชาวเบนซินรอเงิบ!!! พลังงานหัวหมุนมาตรการไม่ลงตัว
กบง.ยังไม่เคาะมาตรการช่วยผู้ใช้เบนซิน เหตุกลัวกองทุนน้ำมันฯถังแตก ยื้อขอเวลาพิจารณามาตรการอื่นเสริม สั่งสนพ.หารือคลังหางบอุ้มแอลพีจีผ่านบัตรคนจน ก่อนขยับราคาแน่เดือนเม.ย.
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน เป็นประธาน ยังไม่ได้อนุมัติมาตรการลดผลกระทบผู้ใช้น้ำมันกลุ่มเบนซิน เนื่องจากยังมีความกังวลกับภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในอนาคต โดยจะมีการหารืออีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อสรุปในสัปดาห์หน้า
ทั้งนี้เบื้องต้นทางเลือกหนึ่งที่มีการเสนอคือลดการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันในกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ เพื่อทำให้ราคาขายปลีกลดลงมาบ้าง แต่ก็ยังเป็นห่วงจะทำให้รายได้ของเงินกองทุนน้ำมันฯยิ่งลดลงไป เพราะปัจจุบันมีรายได้หลักมาจากการจัดเก็บเงินของผู้ใช้เบนซิน ในขณะที่ยังมีภาระจ่ายชดเชยราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) ที่ตรึงไว้ 318 บาทต่อถัง (ขนาด15ก.ก.) ซึ่งจะสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 31 มี.ค.นี้
สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้แอลพีจีหลังต้องปรับขึ้นราคาแบบขั้นบันไดในเดือนเม.ย. นั้น จะเป็นการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเท่านั้น โดยขอให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) ไปหารือร่วมกับกระทรวงการคลังเพื่อจัดสรรงบประมาณมาใช้ โดยจะไม่นำเงินกองทุนน้ำมันฯมาพยุงราคาอีกแล้ว เนื่องจากบัญชีเงินกองทุนฯในส่วนของแอลพีจีติดลบถึง 26,336 ล้านบาท ใกล้เพดานกรอบวงเงินที่จะใช้ดูแลแอลพีจีไม่เกิน 29,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามที่ประชุมยังขอให้มีการติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกอย่างใกล้ชิด จากปัจจัยการเมืองระหว่างประเทศส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นต่อเนื่องใกล้แตะ 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญในการดูแลราคาพลังงานของไทย







