
ตะลึง! โครงการทาวน์เฮาส์ย่านลำลูกกาดินทรุดเป็นเมตร
ชาวหมู่บ้านรินทร์ทอง ลำลูกกา ระทม เจอปัญหาดินทรุดเกือบครึ่งโครงการ หวั่นเด็กตกโพรงได้รับอันตราย นักวิชาการชี้ควรศึกษาโครงการก่อนซื้อ
ชาวหมู่บ้านรินทร์ทอง ลำลูกกา ระทม เจอปัญหาดินทรุดเกือบครึ่งโครงการ หวั่นเด็กตกโพรงได้รับอันตราย นักวิชาการชี้ควรศึกษาโครงการก่อนซื้อ
พื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านรินทร์ทอง ลำลูกกา ที่มีปัญหาดินทรุดเกือบครึ่งโครงการ บ้านส่วนใหญ่ซึ่งเป็นทาวน์เฮาส์ แม้จะยังคงใช้อยู่อาศัยได้ แต่จะมีปัญหาน้ำท่วม เพราะพื้นดินและพื้นถนนทรุดตัว ต่ำกว่าตัวบ้าน จนใต้ถุนบ้านกลายเป็นโพรงและมีน้ำขัง อีกทั้งยังดึงกำแพงด้านหน้าและด้านข้างของลานจอดรถหน้าให้ยุบตัวลงด้วยเกือบ 1 เมตร
ผศ.ดร.สุทธิศักดิ์ ศรลัมพ์ หัวหน้าหมวดวิชาวิศวกรรมปฐพี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจสอบว่า หากจะซ่อมแซมบ้านจากปัญหาดินทรุด ควรแยกซ่อม โดยการลงเสาเข็มลานจอดรถหน้าบ้านก่อน และควรระวังเด็กๆ จะตกลงไปในพื้นดินที่ทรุดตัวด้วย ส่วนการแก้ไขโดยการถมดินจะถือว่าเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้ดินเดิมทรุดลงไปอีก
อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวถือเป็นสิ่งเตือนใจทั้ง 3 ฝ่าย ได้แก่ ผู้ประกอบการบ้านจัดสรร ซึ่งซื้อที่ดินมาปลูกสร้างโครงการ ควรตรวจสอบประวัติว่าเคยเป็นบ่อที่ขุดดินไปขายหรือไม่ ซึ่งในย่านปทุมธานี พบว่ามีบ่อดินที่มีความลึก 10-15 เมตร อยู่จำนวนมาก หากถมดินเพื่อทำบ้านจัดสรรจะทำให้ดินอ่อนและยุบในเวลาต่อมา ซึ่งรุนแรงกว่าการยุบตัวของดินตามธรรมชาติ
ส่วนวิศวกรผู้ควบคุมการก่อสร้าง ก็ควรสำรวจดินให้ละเอียดว่าเป็นดินอ่อนหรือไม่ หากเป็นการยุบตัวตามธรรมชาติ ก็ยังถือว่าไม่รุนแรงเท่ากับการถมบ่อลึกเพื่อสร้างบ้านจัดสรร เมื่อวิศวกรรู้แล้ว ก็ควรหาวิธีแก้ตามแนวทางวิศวกรรม ซึ่งสามารถแก้ไขได้ เช่น กรณีการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่หนองงูเห่า ก็เป็นการสูบน้ำออก แล้วฉีดซีเมนส์บนหน้าดิน แต่ก็มีต้นทุนที่สูงมาก
สุดท้ายคือผู้ซื้อบ้าน ควรจะตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังของที่ดินว่าเคยเป็นบ่อลึกหรือไม่ ซึ่งปัจจุบันสามารถใช้เทคโนโลยีของกูเกิลเอิร์ท หรือแผนที่ดิจิตอลบนอินเทอร์เน็ตตรวจสอบย้อนหลังได้นับสิบปี โดยให้ระวังพื้นที่เคยเป็นบ่อดินขุด เนื่องจากหน้าดินจะอ่อนตัวรุนแรง เช่นเดียวกับหมู่บ้านรินทร์ทอง







