
รัฐบาลถึงทางตันแก้น้ำมันแพง ชงลดภาษีเบนซิน-ดีเซล 6 เดือน
"บิ๊กตู่"ถกครม.แก้น้ำมันแพง ลดภาษีดีเซล พยุงราคา 30 บาท ขณะที่นักวิชาการเสนอลดภาษีทั้งเบนซิน-ดีเซล ป้องกันโครงสร้างราคาบิดเบือน
ที่สุดแล้วรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจต้องเลือกใช้มาตรการลดภาษีน้ำมันเพื่อชะลอราคาที่ปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง เพื่อลดความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งนี้คงต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีที่คาดว่าจะมีขึ้นในวันที่ 15 พ.ค.นี้ ท่ามกลางสถียรภาพการเมืองที่สั่นคลอนมาโดยตลอด วันนี้หากไม่เลือกทำอะไรสักอย่างให้ชัดเจน เสียงก่นด่ายังมีเข้ามาไม่หยุด ยิ่งซ้ำเติมความเชื่อมั่นของรัฐบาล
การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ถือเป็นความเสี่ยงในแง่ฐานะการคลัง เพราะเป็นรายได้หลักที่แน่นอนของภาครัฐ ปัจจุบันน้ำมันดีเซลทุกลิตรจะต้องจ่ายภาษีให้หลวง 5.99 บาท หากต้องลดภาษีลงจะเสียรายได้ไปประมาณเดือนละ 2,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ที่ผ่านมากระทรวงพลังงานพยายามใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการเข้าไปดูแลราคาน้ำมันดีเซล อย่างต่อเนื่อง โดยการชดเชยราคาส่วนต่างเมื่อน้ำมันดิบตลาดโลกสูงขึ้น เพื่อชะลอการปรับขึ้นราคาของผู้ค้าน้ำมัน ซึ่งขณะนี้ใช้เงินกองทุนน้ำมันอุ้มอยู่ 3.79 บาทต่อลิตร หรือเฉลี่ยเดือนละ 5,000-6,000 ล้านบาท
ขณะที่ฐานะกองทุนน้ำมันฯ แม้ยังมีเงินสดที่ใช้เป็นสภาพคล่องอยู่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท แต่โดยสุทธิแล้วติดลบไปกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีภาระทั้งการดูแลราคาก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี)และน้ำมันดีเซล โดยรวมแล้วมีเงินไหลออกเดือนละประมาณ 7,000 ล้านบาท
ดังนั้นระหว่างนี้เงินหน้าตักที่มีอยู่ยังพอดูแลราคาน้ำมันไปได้อย่างน้อยถึงสิ้นเดือนมี.ค. แต่ในระยะยาว คงต้องหามาตรการอื่นมาดูแลควบควบคู่ไปด้วยเนื่องจากราคาน้ำมันดิบมีโอกาสปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง มีคาดการณ์จะได้เห็นราคา 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สำหรับแผนการกู้เงินของกองทุนน้ำมันฯ 2-3 หมื่นล้านบาท นั้น หากได้มาจริงก็สามารถดูแลราคาพลังงานไปได้อีกระยะหนึ่งเท่านั้น
ด้านนายพรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการอิสระ และผู้เชี่ยวชาญทางด้านพลังงาน กล่าวถึงมาตรการลดภาษีน้ำมัน ว่า “ถ้ารัฐบาลจะลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเพื่อช่วยดูแลราคา คงต้องมาพิจารณาว่าลดในสัดส่วนเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม เพราะปกติราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นทุก 1 เหรียญสหรัฐจะเท่ากับราคาในไทยปรับขึ้น 20 สต.ต่อลิตร หากลดภาษีดีเซลลงไป 2 บาทต่อลิตร ก็สามารถรับภาระการปรับขึ้นราคาของน้ำมันโลกได้ 10 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จากปัจจุบันราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 90 เหรียญสหรัฐก็ยังดูแลได้ถึงระดับ 100 เหรียญสหรัฐ
ส่วนน้ำมันกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ควรจะปรับลดภาษีให้หรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าคิด เพราะกลุ่มคนใช้เบนซินก็ควรได้รับการช่วยเหลือเช่นกัน ที่สำคัญจะไม่ทำให้โครงสร้างราคาน้ำมันบิดเบือน เนื่องจากตรึงราคาดีเซลไว้ไม่เกิน 30 บาท แต่ปล่อยให้ราคากลุ่มเบนซินปรับขึ้นราคาตามตลาดโลกไปเรื่อย ส่วนต่างของราคาจะยิ่งเพิ่มสูงขึ้น ถึงตอนนั้นจะทำให้คนหันกลับไปใช้รถที่เป็นดีเซลกันมากขึ้น เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาหลายปีมาแล้ว ถ้ารัฐบาลตัดสินใจจะช่วยประชาชนก็ควรลดทั้ง 2 ขา เบนซินและดีเซล ส่วนระยะเวลาไม่ควรเกิน 5-6 เดือน”
อย่างไรก็ตามประเด็นการลดภาษีน้ำมันดีเซล ทางผู้ใช้กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์เริ่มตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมจึงไม่ลดภาษีในกลุ่มเบนซินด้วย เพราะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเช่นกัน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะรถเก๋งทั่วไปแต่ยังรวมถึงมอเตอร์ไซค์รับจ้างทั่วไปที่เป็นรถสาธารณะด้วย ซึ่งทุกวันนี้ผู้ใช้เบนซินก็เหมือนจ่ายเงินอุดหนุนให้คนใช้ดีเซล แม้รัฐจะบอกเหตุผลว่าเป็นรถกลุ่มภาคขนส่ง รถสาธารณะที่ต้องได้รับการดูแลไม่เช่นนั้นจะกระทบต้นทุนราคาสินค้า
แต่อย่าลืมว่าการตรึงราคาดีเซล 30 บาท ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองกันมาหลาย 10 ปี จนทำให้ค่ายรถยนต์หลายแห่ง ทั้งรถหรูหรือ รถเก๋งทั่วปต่างพัฒนาเทคโนโลยีมาใช้เครื่องยนต์ดีเซลแทนเบนซินเพื่อให้ใช้น้ำมันที่ถูกกว่า ซึ่งชี้ให้เห็นว่าคนใช้ดีเซลไม่ใช่ผู้มีรายได้น้อยอีกต่อไป ประเด็นนี้รัฐบาลก็ต้องนำมาพิจารณาอย่างน้อยก็แสดงให้เห็นถึงการใส่ใจดูแลแก้น้ำแพง ดีไม่ดีถ้าคนใช้เบนซินเค้าทนไม่ไหวก่อหวอดก่อม๊อบขึ้นมาอีกจะยุ่งขิงกันไม่จบ







