posttoday
“พาณิชย์” ระบายสต๊อกข้าว 3.75 แสนตัน

“พาณิชย์” ระบายสต๊อกข้าว 3.75 แสนตัน

18 มกราคม 2553

“พาณิชย์” เปิดระบายสต๊อกข้าวเพื่อส่งออก 3.75 แสนตันตามคาด  ยื่นซองประมูล 21 ม.ค.นี้  อ้างตลาดตึงตัวจึงต้องระบาย จับตาผู้ส่งออกข้าวเสนอซื้อแค่ตันละ 1.6 หมื่นบาท

“พาณิชย์” เปิดระบายสต๊อกข้าวเพื่อส่งออก 3.75 แสนตันตามคาด  ยื่นซองประมูล 21 ม.ค.นี้  อ้างตลาดตึงตัวจึงต้องระบาย จับตาผู้ส่งออกข้าวเสนอซื้อแค่ตันละ 1.6 หมื่นบาท

นายวิจักร วิเศษน้อย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ ได้อนุมัติให้มีการเปิดระบายข้าวสารในสต๊อกรัฐบาล จำนวน 3.75 แสนตัน แบ่งเป็นข้าวขาว 5% จำนวน 3 แสนตัน และข้าวเหนียว 7.5 หมื่นตัน เพื่อผ่อนคลายความตึงตัวของตลาดข้าวในประเทศ และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาข้าวในสต๊อก โดยจะเปิดให้ผู้ส่งออกที่สนใจยื่นซองเสนอราคาในวันที่ 21 ม.ค.นี้ และเปิดซองราคาในวันเดียวกัน โดยจะเจรจาต่อรองกับผู้ที่เสนอราคาซื้อที่อยู่ในเกณฑ์ในวันที่ 22 ม.ค.

“ตอนนี้ตลาดข้าวมีความตึงตัว เพราะผลผลิตข้าวนาปีได้ออกสู่ตลาดเกือบหมดแล้วประมาณ 21.2 ล้านตัน ทำให้ผู้ส่งออกหาซื้อข้าวได้ยาก และข้าวนาปรังกว่าจะออกก็เดือนเม.ย.-มิ.ย.”

ขณะที่ความต้องการซื้อข้าวของต่างประเทศมีเข้ามามาก เพราะหลายประเทศผลผลิตเสียหายจากภัยธรรมชาติ บางประเทศห้ามส่งออก และเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้น ผู้ซื้อเลยมุ่งมาที่ไทย จึงเห็นว่าเป็นโอกาสที่เหมาะสมที่จะเปิดระบายในช่วงนี้ และคาดว่าจะมีผู้ส่งออกเสนอซื้อเป็นจำนวนมาก 

สำหรับเงื่อนไขการเปิดยื่นซองเสนอราคานั้น ให้เสนอราคาซื้อ ณ หน้าคลังสินค้าเป็นเงินบาท และเสนอราคาซื้อเต็มจำนวนที่เก็บในแต่ละโกดัง และต้องมีหลักประกันซองอัตรา 2% ของมูลค่าสินค้าที่ยื่นเสนอราคาซื้อ โดยผู้เสนอราคาซื้อสามารถขอดูสภาพข้าวสารในแต่ละโกดังได้ ทั้งนี้ เมื่อได้รับการคัดเลือกจะต้องทำสัญญาซื้อขายภายใน 10 วันนับจากวันที่กรมฯ ได้แจ้งผล ต้องวางหลักประกัน 5% ของมูลค่าข้าวสารที่ได้ตกลงซื้อขาย และต้องส่งออกข้าวสารที่ซื้อไปทั้งหมดภายใน 45 วันนับจากวันที่รับมอบข้าวสาร

นายวิจักร กล่าวว่า ในการเจรจาต่อรอง กรมฯจะต่อรองกับผู้ที่เสนอราคาซื้อที่อยู่ในเกณฑ์กำหนดทุกราย โดยยึดราคาตลาดเป็นหลัก แต่ราคาที่ได้คงจะไม่เท่ากับราคาตลาด เพราะข้าวที่ขายเป็นข้าวเก่า ซึ่งมีเงื่อนไขในการคำนวณราคาอยู่แล้ว แต่เชื่อว่าจะได้ราคาดี และจะขายให้กับผู้ที่ให้ราคาดีที่สุด เมื่อได้ข้อสรุปการขายข้าวแล้ว กรมฯจะเสนอเรื่องให้ รมว.พาณิชย์ พิจารณา ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติต่อไป โดยเชื่อว่าจะได้ราคาดี เพราะตลาดมีความต้องการซื้อสูง 

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ในการเสนอซื้อข้าวสารสต๊อกรัฐบาล จะมีการหักค่าเสื่อมข้าวเก่าปีละ 10 เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งการขายข้าวครั้งนี้ เป็นข้าวนาปรังปี 2551 นาปี 2551/52 และนาปรัง 2552 ถือว่าเป็นข้าวไม่เก่ามาก ราคาที่ได้น่าจะใกล้เคียงกับราคาตลาด

นายสมพงษ์ กิตติเรียงลาภ ประธานกรรมการบริษัทพงษ์ลาภ กล่าวว่า การตัดสินใจระบายข้าวครั้งนี้ของรัฐบาล ถือว่าค่อนข้างช้า เนื่องจากผู้ซื้อรายใหญ่อย่างรัฐบาลฟิลิปปินส์ได้ปิดการเสนอซื้อข้าวไปแล้ว จึงไม่น่าจะมีคำสั่งซื้อข้าวจากต่างประเทศเข้ามามาก แต่การประมูลครั้งนี้ ยังเชื่อว่าจะมีเอกชนให้ความสนใจเข้าร่วมประมูลจำนวนมาก แต่อาจมีการเสนอซื้อข้าวในราคาต่ำกว่าตลาดเล็กน้อย หรือเฉลี่ยตันละ 1.6-1.7 หมื่นบาท/ตันเท่านั้น

สำหรับราคาส่งออกข้าว (เอฟโอบี) วันที่ 13 ม.ค. ข้าวหอมมะลิ ราคาตันละ 1,119 เหรียญสหรัฐ  เพิ่มขึ้นจากราคาส่งออก 6 ม.ค. ตันละ 1,116 เหรียญสหรัฐ ข้าวขาว 100% ตันละ 609 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากตันละ 607 เหรียญสหรัฐ ข้าว 5% ตันละ 577 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากตันละ 576 เหรียญสหรัฐ ข้าว 25% ตันละ 505 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากตันละ 508 เหรียญสหรัฐ ข้าวเหนียว 10% ตันละ 779 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากตันละ 777 เหรียญสหรัฐ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ