
อาเซียน-จีนปรับปรุงแหล่งกำเนิดสินค้าใหม่
อาเซียน-จีน ปรับปรุงแหล่งกำเนิดสินค้าใหม่ หวังช่วยส่งเสริมการเข้ามาใช้สิทธิประโยชน์มากขึ้น มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2554
อาเซียน-จีน ปรับปรุงแหล่งกำเนิดสินค้าใหม่ หวังช่วยส่งเสริมการเข้ามาใช้สิทธิประโยชน์มากขึ้น มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2554
นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สมาชิกความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ได้ปรับปรุงระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการรับรองกฎถิ่นกำเนิดสินค้า (โอซีพี) และรูปแบบของหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (ฟอร์มอี) ใหม่ หลังจากที่ความตกลงได้เริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2548 นับถึงปัจจุบันเป็นเวลา 6 ปีเต็ม
ทั้งนี้ ระเบียบฯ ฉบับใหม่ ได้กำหนดเพิ่มเติมให้มีหลักเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศที่ผ่านผู้ค้าคนกลาง ได้แก่ หลักเกณฑ์เรื่อง Movement Certificate หรือที่เรียกทั่วไปว่า Back to Back CO ซึ่งอนุญาตให้ผู้ส่งออกนำเข้าสินค้าจากประเทศภาคีหนึ่ง แล้วส่งต่อไปยังประเทศภาคีอีกประเทศหนึ่ง และหลักเกณฑ์เรื่อง Third Party Invoicing ซึ่งอนุญาตให้ผู้ส่งออกยื่นขอฟอร์มอี โดยใช้ใบกำกับสินค้าของบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นผู้ค้าคนกลางได้
“หลักเกณฑ์ 2 ประการนี้ จะช่วยส่งเสริมการค้าและขยายการใช้สิทธิประโยชน์ ภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เป็นประโยชน์กับไทยในการส่งออกไปยังจีนได้มากขึ้น เพราะมีการปรับเงื่อนไขการใช้สิทธิประโยชน์ให้ง่ายขึ้น เช่น การตรวจปล่อยสินค้าที่ขอใช้สิทธิภายใต้ความตกลงจะเป็นไปโดยสะดวกและมีความรวดเร็วมากขึ้น ผู้ประกอบการสามารถนำเข้าหรือส่งออกสินค้าผ่านประเทศที่สาม เช่น ฮ่องกงหรือญี่ปุ่นได้ เป็นต้น” นายสุรศักดิ์ กล่าว
สำหรับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (ฟอร์มอี) รูปแบบใหม่ กำหนดให้ยื่นขอได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2554 เป็นต้นไป แต่เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ส่งออก ฟอร์มอีรูปแบบเดิมยังคงใช้ได้จนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554
ทั้งนี้ สินค้าที่นำเข้าถึงเมืองท่าที่ประเทศจีนตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2554 เป็นต้นไป ต้องใช้ฟอร์มอี รูปแบบใหม่เท่านั้น และหลักเกณฑ์ใหม่ยังได้ขยายอายุของฟอร์มอีจาก 4 เดือนเป็น 12 เดือนอีกด้วย







