
ไอที-โทรคม53-ปีแห่งการรอคอย3G?
ย้อนดูอุตสาหกรรมไอที-โทรคมนาคมในปีนี้ ต้องบอกว่าเป็นปีแห่งการรอคอยอย่างแท้จริง จะต่างกันบ้างตรงที่ หลายๆ เรื่องการรอคอยก็สิ้นสุด....
ย้อนดูอุตสาหกรรมไอที-โทรคมนาคมในปีนี้ ต้องบอกว่าเป็นปีแห่งการรอคอยอย่างแท้จริง จะต่างกันบ้างตรงที่ หลายๆ เรื่องการรอคอยก็สิ้นสุด....
โดย...ณัฐวรรณ ฉลองขวัญ / พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
ย้อนดูอุตสาหกรรมไอที-โทรคมนาคมในปีนี้ ต้องบอกว่าเป็นปีแห่งการรอคอยอย่างแท้จริง จะต่างกันบ้างตรงที่ หลายๆ เรื่องการรอคอยก็สิ้นสุด ได้เห็นได้ใช้สินค้าและบริการกันไป แต่หลายๆ กรณีก็ไม่จบ เป็นมหากาพย์ที่ยังต้องดูภาคต่อในปีหน้าและปีต่อๆ ไปกันอีกยาว
ทีโอทีเดินหน้า 3จี 1.9 หมื่นล้าน
ถ้าพูดถึงฝั่งโทรคมนาคมแล้ว สิ่งแรกที่รอแล้วและไม่มาแน่ๆ คือ การประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ใหม่ สำหรับให้บริการ 3จี คนประมูลก็รอต่อไป คนใช้ก็รอต่อไปเช่นกัน แต่เมื่อ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 หรือ พ.ร.บ.กสทช. ประกาศใช้ไปแล้วเมื่อ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก็เตรียมตัวรอกรรมการชุดใหม่ในปีหน้า แว่วมาว่าอีก 3 ปีข้างหน้า น่าจะได้ 3จี (หรือมากกว่า)
กระนั้นก็ตาม เมื่อไม่เกิด 3จี รายใหม่ โอกาสทองก็เกิดกับบริษัท ทีโอที ที่ได้รับความสนใจจากเอกชน 10 ราย คือ บริษัท สามารถ คอร์ปอเรชั่น บริษัท แซดทีอี (ประเทศไทย) บริษัท ล็อกซเล่ย์ บริษัท อีริคสัน ประเทศไทย บริษัท แอดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี หรือเอไอที บริษัท อัลคาเทล-ลูเซ่นส์ (ประเทศไทย) บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น บริษัท ยูไนเต็ด คอมมูนิเกชั่น อินดัสตรี หรือยูคอม และบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชันแนล มีกำหนดยื่นซองวันที่ 10 ม.ค. 2554
ทรูมูฟเสียบฮัทช์แทนกสทฯ
อีกหนึ่งดีลใหญ่คือ บริษัท ทรูมูฟ เจรจาซื้อบริษัท ฮัทชิสัน ซีเอที ไวร์เลส มัลติมีเดีย หรือฮัทช์ ในราคา 7,500 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นทั้งทางออกของสัญญาสัมปทานที่ใกล้จะหมดลงของทรูมูฟ และยังเป็นทางออกสำหรับการขยับไปให้บริการ 3จี เอชเอสพีเอผ่านคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งดีลนี้ทำให้คู่แข่งอีก 2 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค ถึงกับยอมพักรบกันเองชั่วคราว แล้วหันมาจับมือกันแถลงข่าวเพื่อเรียกร้องการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน
ดีเดย์เริ่มใช้นัมเบอร์พอร์ต
ในที่สุด บริการคงสิทธิเลขหมาย หรือนัมเบอร์พอร์ทิบิลิตีก็เป็นจริง เป็นอีกหนึ่งบริการที่ผู้ใช้มือถือรอมาเป็นปี แต่ก็ได้เปิดทดลองให้บริการแล้วตั้งแต่วันที่ 5 ธ.ค. เฉพาะในเขต กทม. และผู้ใช้ในต่างจังหวัดทั่วไทยจะเริ่มใช้บริการในปี 2554 เป็นต้นไป เสียค่าธรรมเนียม 99 บาท ใช้เวลา 3 วัน ย้ายแล้วย้ายเลย อยากย้ายอีกต้องรอ 3 เดือน
ซอฟต์แวร์พาร์ค 3.0 ซิป้าไร้เงาผอ.
การเปลี่ยนแปลงในวงการซอฟต์แวร์ในปีนี้ หน่วยงานของรัฐที่ทำหน้าที่สนับสนุนหลักๆ คือ เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือซอฟต์แวร์พาร์ค ที่ก้าวสู่ยุค 3.0 ภายใต้หัวเรืออย่าง ธนชาติ นุ่มนนท์ ที่มีดีกรีผ่านมาแล้วทั้งงานวิชาการกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ งานเอกชนกับบริษัทซอฟต์แวร์ระดับโลก คราวนี้มากุมบังเหียนซอฟต์แวร์พาร์ค ทำให้เป็นที่คาดหวังของบรรดานักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยกันถ้วนหน้า
ขณะที่อีกหน่วยงานหนึ่งที่ภาระหน้าที่ใกล้เคียงกันอย่าง สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือ ซิป้า ที่ถูกมองว่ามีการเมืองมาเอี่ยวด้วยเสมอๆ ยังคงไร้เงาผู้ที่จะมาทำหน้าที่ผู้อำนวยการ ล่าสุด น.ต.วุฒิพงศ์ พงษ์สุวรรณ ก็เตรียมบอกลาแล้วเหมือนกัน เพราะได้เป็นเพียง ว่าที่ มานาน แต่บอร์ดก็ไม่อนุมัติแต่งตั้งเสียที หากมองถึงอนาคตซิป้าคงต้องเริ่มกระบวนการสรรหากันใหม่ ซึ่งใช้เวลาอีกหลายเดือน
ไอโฟน4-ไอแพด มาแล้ว
ไม่กล่าวถึงคงไม่ได้กับสินค้าไอทีแห่งปีอย่าง ไอโฟน 4 และไอแพด ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยไปแล้ว ให้คนไทยได้รอกันไม่นานเหมือนรุ่นก่อนๆ ไฮไลต์สำคัญไม่ได้อยู่แค่เพียงการเข้ามาวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ แต่การมาของไอโฟนและไอแพด ได้นำโมเดลธุรกิจใหม่ๆ และสร้างสินค้าใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดของไทยและของโลก
ด้านตลาดสมาร์ตโฟนคึกคักขึ้นมาก จากการมาของไอโฟน การแข่งขันเข้มข้นขึ้น ทำให้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมการบริโภคข้อมูลข่าวสารมากขึ้น ในปีหน้ารับรองว่าสนุกยิ่งกว่า เพราะวินโดวส์โฟน 7 จะเข้ามาร่วมด้วยอย่างเต็มตัว
ขณะที่ตลาดแท็บเล็ตจะเห็นแบรนด์ต่างๆ ขนสินค้าลงตลาด แต่รุ่นที่เป็นที่จับตามองจริงๆ ก็ยังอยู่ที่ไอแพด 2 ที่ข่าวลืมว่ามีกล้องมาให้ และซัมซุง กาแล็กซี แท็บ 2 ที่หน้าจอจะเป็นซูเปอร์อโมเล็ด ใสปิ๊งยิ่งกว่าเดิม
กูเกิลยูเนียน เฟซบุ๊กรีพับลิค
ประชากรเฟซบุ๊กในประเทศไทยเพิ่มเป็น 7 ล้านรายแล้ว จากประชากรอินเทอร์เน็ตกว่า 22 ล้านราย ปีหน้าจะเห็นปริมาณที่เพิ่มขึ้นอีกมากกว่าเท่าตัวแน่นอน ยิ่งเห็นแนวโน้มแล้วว่า เฟซบุ๊กจะก้าวไปเป็นอีกเครื่องมือในเชิงพาณิชย์มากขึ้น แอพพลิเคชันใหม่ๆ จะมาเร็วแบบใช้กันไม่ทัน นอกจากจำนวนผู้ใช้ที่เพิ่มขึ้นแล้ว จำนวนเงินที่สะพัดในเฟซบุ๊กน่าจะเติบโตขึ้นอีกมากแน่นอน
ปีนี้เป็นปีของเฟซบุ๊กก็จริง แต่กูเกิลเองคงไม่ยอมให้เป็นเช่นนี้ไปตลอด ปีหน้าน่าจะได้เห็นการโต้กลับของจ้าวแห่งเสิร์ชเอนจินในการทวงบัลลังก์คืน โดยเฉพาะโครม ที่มีระบบปฏิบัติการออกมาแล้ว น่าจะเป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ได้รับความนิยมตามหลัง โครมเบราเซอร์ได้ไม่ยากนัก ทั้งกูเกิลและเฟซบุ๊ก รับรองรอไม่นานได้เห็นแน่ๆ น่าเสียดายที่ไทยไม่มีโซเชียลเน็ตเวิร์ก หรือเสิร์ชเอนจินเป็นของตัวเองบ้าง
สำหรับปี 2554 สิ่งที่ไม่ต้องรอแน่ๆ คือ ข่าวสารที่จะวิ่งเข้าหาเราเร็วกว่าเดิม และสิ่งที่จะรอให้มีไม่ได้เช่นกันคือ สติในการบริโภคนั่นเอง







