posttoday
CLSAเชียร์หุ้นรับเหมา

CLSAเชียร์หุ้นรับเหมา

30 ธันวาคม 2553

CLSA ปักธงเชียร์ธุรกิจเกี่ยวเนื่องสาธารณูปโภคชี้ยังโตอีกมาก|ทั้งงานภาครัฐ-เอกชน STEC คุยปีหน้ารายได้โตมากกว่า 50%

CLSA ปักธงเชียร์ธุรกิจเกี่ยวเนื่องสาธารณูปโภคชี้ยังโตอีกมาก|ทั้งงานภาครัฐ-เอกชน STEC คุยปีหน้ารายได้โตมากกว่า 50%

บริษัท ซีแอลเอสเอ (CLSA) ได้ออกบทวิเคราะห์เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่าหุ้นในกลุ่มสาธารณูปโภคของไทยปี 2554 ยังดี เพราะเชื่อว่าในปีหน้าค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างจะยังขยายตัวมากกว่าปี 2553 เนื่องจากยังมีโครงการอีกมากที่ยังไม่ได้ประมูล รวมถึงโครงการลงทุนต่างๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูงมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท และยังเชื่อว่าปี 2554 การประมูลโครงการรถไฟฟ้าจะคึกคักมากกว่าในปี 2552

สำหรับปีนี้ถือว่าหุ้นในกลุ่มสาธารณูป โภคพื้นฐานของไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อย่างน่าพอใจ โดยขับเคลื่อนจากการรอคอยอย่างยาวนานต่อการประมูลโครงการรถไฟฟ้าใต้ดิน แม้ว่าที่ผ่านมาราคาหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้นมากแล้ว แต่หุ้นก็ยังเหลือโอกาสให้กำไรหรืออัพไซด์อีกมากเมื่อเปรียบเทียบกับราคาพื้นฐานในปี 2554 ซึ่งเป็นผลจากรัฐบาลได้ขยายแผนการใช้จ่ายและการลงทุนออกไป

ทั้งนี้ CLSA ยังให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาดกับหุ้นบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) และแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 19 บาท รวมถึงหุ้นบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เพราะจะได้รับประโยชน์จากโครงการก่อสร้าง ให้ราคาเป้าหมาย 425 บาท

สำหรับปีนี้หุ้นสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้นดีกว่าดัชนีตลาดหุ้นไทย 6-81% โดยหุ้น STEC เป็นหุ้นที่ปรับตัวดีที่สุด ให้ผลตอบแทน 123% นับตั้งแต่ต้นปี

นอกจากนี้ ภาคเอกชนก็มีการขยายการลงทุน โดยผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะมีการเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์จำนวนมาก ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างและความต้องการปูนซีเมนต์เพิ่มขึ้นในปี 2554 โดยในปี 2553 มีการเปิดตัวโครงการกว่า 1 แสนยูนิต ขณะที่ 5 ปีที่ผ่านมาเฉลี่ยอยู่ที่ 6.7 หมื่นยูนิตต่อปีเท่านั้น

ภาคเอกชนก็มีการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนในโครงการต่างๆ มากขึ้น ทำให้ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยตลอด 3 ปี (2553-2555) ของภาคการก่อสร้างจะอยู่ที่ 11% ต่อปี และความต้องการใช้ปูนซีเมนต์เฉลี่ยตลอด 3 ปีอยู่ที่ 16% ต่อปี

อย่างไรก็ตาม CLSA แนะนำหลีกเลี่ยงลงทุนในหุ้นบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) เนื่องจากบริษัทมีหนี้สูงและแผนการใช้จ่ายขนาดใหญ่อาจส่งผลกระทบต่อภาวะเงินสดของบริษัท ซึ่งหากนักลงทุนต้องการลงทุนในหุ้น ITD จะต้องรอให้บริษัทเพิ่มทุนเสร็จเรียบร้อยเสียก่อน

นายวัลลภ รุ่งกิจวรเสถียร กรรมการผู้จัดการใหญ่ STEC กล่าวถึงผลดำเนินงานในปีนี้ว่า บริษัทสามารถทำรายได้ได้ดีกว่าที่คาดหมายไว้ แต่อาจลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา เพราะยังมีโครงการที่บริษัทชนะการประมูลไปแล้วแต่ยังไม่ได้เซ็นสัญญา ซึ่งถือว่าอยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท

ด้านแนวโน้มในปี 2554 นั้น คาดว่าจะเป็นปีที่ดีปีหนึ่งของบริษัทและคาดว่ารายได้จะเติบโตมากกว่า 50%

นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซีฟโก้ (SEAFCO) กล่าวว่า บริษัทได้รับงานก่อสร้างใหม่จำนวน 2 โครงการ เดอะ ริทึ่ม สาธร 21 บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (AP) และโครงการ พระราม 9 สแควร์ ของบริษัท พระราม 9 สแควร์ ซึ่งทั้งสองโครงการมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 48.40 ล้านบาท

ล่าสุด นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ในตลาดต่างแนะนำให้ “ซื้อ” หุ้นรับเหมาก่อสร้าง โดย บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ให้ STEC |เป็นหุ้น Top Pick รองลงมาคือ บริษัท ช.การช่าง (CK) ส่งผลให้นักลงทุนสนใจหุ้นทั้งสองและมีการขายหุ้น ITD

นักวิเคราะห์ บล.เกียรตินาคิน กล่าวว่า ภาคการก่อสร้างได้รับผลดีทั้งระยะสั้นและระยะยาวจากภาครัฐ ที่ยังคงผลักดันโครงการรถไฟฟ้าให้เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง แต่ธุรกิจนี้ก็มีปัจจัยเสี่ยงจากราคาวัสดุก่อสร้างและราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่ม โดยให้น้ำหนักของกลุ่มมากกว่าตลาด ให้ราคาที่เหมาะสม ITD 5.80 บาท CK 11.85 บาท และ STEC 16.65 บาท

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ