
โอมิครอน ต้อนศก.ปีใหม่จนมุมเสี่ยงถูกน็อคตั้งแต่ยังไม่ข้ามปี
เศรษฐกิจปี 2565 ขวัญหนีดีฝ่อจากการระบาดของโอมิครอน จนผวากันทั้งประเทศว่า เศรษฐกิจจะถูกโควิดน็อคเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
ยังไม่ทันข้ามปี เศรษฐกิจไทยปี 2565 ก็อยู่ในอาการขวัญผวาจากการระบาดของโควิด-19 โอมิครอน ที่ประเมินแล้วหลังปีใหม่จะเป็นศึกหนักของ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ รัฐบาลบื๊กตู่ เอาไม่อยู่
ยังไม่ปีใหม่ มีการรายงานว่ามีคนติดโอมิครอนไปแล้ว 934 คน กระจายอยู่ใน 37 จังหวัด แต่รัฐบาลยังปล่อยให้มีการจัดงานฉลองเคาท์ดาวน์กินเหล้าข้ามปีได้ทั่วประเทศไทย เหมือนไม่มีการระบาดของโอมิครอน
ซึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ปี 2565 รัฐบาลจะเอาโอมิครอนไม่อยู่จนสะเทือนเศรษฐกิจอย่างหนัก คือ การขอความร่วมมือให้ประชาชนทำงานที่บ้าน รวมถึงให้ข้าราชการส่วนใหญ่ทำงานที่บ้าน เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโควิดโอมิครอนแล้ว
ดูแล้วต้องบอกว่าแปลกแต่จริง ปล่อยให้เที่ยวแพร่เชื้อโอมิครอนกันอย่างสนุกสนานข้ามปี แล้วค่อยมาเข้มข้นกันป้องกันการแพร่ระบาดและการติดเชื้อกันที่หลัง
รัฐบาลบอกไม่ล็อกดาวน์ประเทศรอบใหม่ แต่ให้ประชาชนและข้าราชการทำงานที่บ้าน ต้องถือว่าเป็นการเริ่มล็อกดาวน์ประเทศดีๆ นั้นเอง
สาธารณสุขไทยประเมินว่า หลังปีใหม่หากการป้องกันโควิดล้มเหลว จะมีการติดเชื้อโอมิครอน 3 หมื่นคนต่อวัน ซึ่งมากแต่สาธารณสุขเอาอยู่เพราะรองรับผู้ป่วยได้วันละ 5 หมื่นคน ตัวเลขดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจไทยผวาหัวใจแทบหยุดเต้น หมดแรงก้าวขาเดินไปข้างหน้า
แน่นอนว่า ไม่มีใครอยากให้ไปถึงจุดนั้น แต่การดำเนินการของรัฐบาลแบบปล่อยเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจเสี่ยงแพร่เชื้อไอมิครอนไปก่อน และค่อยมาป้องกันเข้มกันที่หลัง จะได้คุ้มเสียหรือไม่
เศรษฐกิจปี 63 เจอโควิดอัลฟา ทำให้เศรษฐกิจไทยติดลบไป 6.1% รัฐบาลต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในการเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจปี 2564 มีความหวังจะขยายตัวได้ 3-4% จากฐานปีที่ผ่านมาต่ำติดกันเหว แต่เมื่อเศรษฐกิจเจอโควิดเดลตาไปทั่วไทย ตอนนี้มีการคาดว่าเศรษฐกิจ 2564 จะโตเหลือไม่ถึง 1% โดยที่รัฐบาลต้องออก พ.ร.ก. กู้เงินเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจอีก 5 แสนล้านบาท
สำหรับเศรษฐกิจไทยปี 2565 ที่คาดว่าจะมีแรงส่งจากปี 2564 ทำให้โตได้ 3-4% แต่เมื่อเศรษฐกิจ 2564 มาแรงตกปลายปี และต้องเจอโควิดโอมิครอนเข้าถล่มเป็นสึนามิ ทำให้มีการประเมินว่าเศรษฐกิจปี 2565 จะโตได้มากกว่าปี 2564 ได้อย่างไร
การระบาดของโควิด อัลฟา เดลต้า และโอมิครอน กำลังเป็นผู้ร้ายน็อคเศรษฐกิจไทย 3 ปีซ้อนติด แม้แต่พระเอกที่แข็งแกร่งยังรัฐบาลบิ๊กตู่ก็ทำท่าจะเอาไม่อยู่สู้ไม่ไหว
หากดูเครื่องยนต์ที่จะมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 2565 ตอนนี้ส่วนหมดกำลังที่จะพยุงเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้อย่างที่วาดฝันก่อนที่จะมีโอมิคอนออกมาอาละวาด
การบริโภคภายในประเทศ มีข้อจำกัดรัฐบาลไม่มีกระสุน หากจะเติมเงินให้ประชาชนใช้จ่ายก็หนีไม่พ้นกู้ก่อนใหญ่ ขณะที่หนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง การกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการเร่งการบริโภค เป็นการเร่งหนี้ครัวเรือน และการเพิ่มหนี้ประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในส่วนของการใช้จ่ายภาครัฐ ก็มีข้อจำกัดงบประมาณมีน้อย ปี 2565 รัฐบาลตั้งงบลงทุน 6 แสนกว่าล้านบาท น้อยกว่าการกู้เพื่อชดเชยขาดดุลที่สูงถึง 7 แสนล้านบาท ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ งบลงทุนน้อยแล้วการระบาดของโอมิครอนจะเป็นอุปสรรคให้การลงทุนไม่ได้ตามแผนมากเข้าไปอีก
ด้านการส่งออกที่น่าจะเป็นพระเอกในการพยุงเศรษฐกิจปี 2565 แต่การระบาดของโอมิครอนหากเอาไม่อยู่ ก็มีความเสี่ยงที่จะกระทบกับการผลิตและการส่งออกของไทยได้
ส่วนตัวช่วยเรื่องการท่องเที่ยวแทบหวังอะไรไม่ได้เลย เพราะรัฐบาลพยายามเปิดประเทศ แต่ก็ต้องกลับมาปิดประเทศรอบใหม่ ทำให้นักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะมาเที่ยวในไทยสร้างรายได้ในระบบเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้น เป็นเรื่องหมดหวังไปแล้วเช่นกัน
ที่น่ากังวลใจที่สุดคือ การที่รัฐบาลเห็นว่าเศรษฐกิจปี 2565 ยืนอยู่ปากเหว แต่ยังมีการผ่อนคลายชนิดแทบไม่ต้องตั้งการ์ดเป็นการชั่วคราวข้ามปี จึงเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่เศรษฐกิจไทยจะรอดจากพิษการระบาดของโอมิครอนครั้งใหญ่ในประเทศไปได้
ปี 2565 เป็นปีเสือดุน่ากลัว เพราะโอมิครอนน่ากลัวยิ่งกว่าเสือดำ แต่รัฐบาลกลับทำใจดีสู้เสือ เอาใจนายทุนทำธุรกิจโกยกำไรข้ามปีใหม่ โดยปล่อยให้ประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศไทยเป็นตัวประกัน เสี่ยงทรุดฉุดไม่ขึ้นเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน







