posttoday
ความสามารถการแข่งขันของไทยใน AEC (ตอน 1)

ความสามารถการแข่งขันของไทยใน AEC (ตอน 1)

29 ธันวาคม 2553

....นายนคร สังขรัตน์ 

....นายนคร สังขรัตน์ 

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน มีบทบาทในเวทีเศรษฐกิจและการค้าโลกมากขึ้นโดยลำดับ โดยเฉพาะหลังจากการจัดตั้งเขตการค้าเสรีอาเซียน หรือ AFTA (ASEAN Free Trade Area) ซึ่งกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศร่วมมือกันส่งเสริมให้การค้าขายระหว่างกันในอาเซียนเป็นไปอย่างเสรี ลดอัตราภาษีศุลกากรและยกเลิกมาตรการที่มิใช่ภาษีระหว่างกัน

ต่อมาอาเซียนได้ให้ความสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจร่วมกันอย่างต่อเนื่อง โดยได้เห็นชอบร่วมกันในการดำเนินงานเพื่อมุ่งไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) โดยจะรวมตัวเป็น AEC ภายในปี 2558 ภายใต้แนวคิดว่าอาเซียนจะกลายเป็นเขตการผลิตเดียวและตลาดเดียว (Single Market and Production Base) นั่นหมายถึงจะต้องมีการเคลื่อนย้ายปัจจัยการผลิตได้อย่างเสรี สามารถดำเนินกระบวนการผลิตที่ไหนก็ได้ โดยสามารถใช้ทรัพยากรจากแต่ละประเทศ ทั้งวัตถุดิบและแรงงานมาร่วมในการผลิต มีมาตรฐานสินค้า กฎเกณฑ์ กฎระเบียบเดียวกัน

ประชาคมอาเซียนนี้จะประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ ประชาคมความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Security Community–ASC) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic CommunityAEC) และประชาคมสังคมวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN SocioCultural CommunityASCC) ซึ่งจะทำให้ AEC กลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีประชากรกว่า 560 ล้านคน เป็นฐานการผลิตและการส่งออกสินค้าที่สำคัญของโลก

นอกจากนี้ การรวมตัวเป็นเขตการผลิตเดียวและตลาดเดียว จะช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในอาเซียนรวมทั้งไทยมากขึ้น ขณะที่สหรัฐอเมริกาเพิ่งเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ สหภาพยุโรปประสบกับวิกฤตหนี้สาธารณะอย่างหนักหน่วง

การรวมตัวกันของ AEC จึงกำลังก้าวเข้ามาเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลกที่น่าสนใจ ซึ่งจะดึงดูดการค้า การลงทุน รวมถึงเงินทุน และผลักดันทิศทางเศรษฐกิจโลกให้เข้ามาในภูมิภาค โดยประเทศไทยจะต้องเร่งศึกษาหาลู่ทางการปรับตัว และใช้โอกาสจากการลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุนต่างๆ ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ เพื่อดึงเอาโอกาสมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมากขึ้น

จากการจัดอันดับของสถาบันพัฒนาการบริหารจัดการระหว่างประเทศ ในปี 2010 จำนวน 58 ประเทศ โดยวัดความสามารถในการสร้างสภาพแวดล้อมต่อการแข่งขันใน 4 กลุ่ม ได้แก่ ศักยภาพทางเศรษฐกิจ ประสิทธิภาพของภาครัฐ ประสิทธิภาพของภาคเอกชน และโครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันคงที่ในอันดับที่ 26 เท่ากับปี 2009

โดยปัจจัยด้านศักยภาพทางเศรษฐกิจปรับตัวดีที่สุด รองลงมาคือประสิทธิภาพภาครัฐ ประสิทธิภาพของภาคเอกชน และโครงสร้างพื้นฐานมีขีดความสามารถในการแข่งขันต่ำสุดจากทั้ง 4 กลุ่ม

เมื่อพิจารณาอันดับปัจจัยหลักของไทยเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ ในอาเซียน พบว่า อันดับของไทยดีกว่าอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ในทุกด้าน ขณะที่อันดับของสิงคโปร์ดีกว่าไทยทุกด้านเช่นกัน ส่วนมาเลเซียมีด้านศักยภาพทางเศรษฐกิจเท่านั้นที่ดีกว่าไทย แต่ปัจจัยที่เหลือไม่ว่าจะเป็นด้านประสิทธิภาพภาครัฐ ประสิทธิภาคเอกชน และโครงสร้างพื้นฐาน มาเลเซียทิ้งห่างไทยมาก

จะเห็นว่าสิงคโปร์มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงกว่ามาเลเซียและไทยเกือบทุกด้าน ทั้งที่มีศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติด้อยกว่า แต่สิงคโปร์ใช้นโยบายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเปิดประเทศอย่างมียุทธศาสตร์เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ในด้านของมาเลเซียมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงเป็นอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโดดเด่นในการพัฒนาตลาดเงิน การพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงการปรับปรุงระเบียบและนโยบายภาครัฐด้านต่างๆ ในอนาคตมาเลเซียจะสามารถดึงดูดการลงทุนตามแผนการลงทุนระยะ 10 ปี (25532558) ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อยกระดับประเทศเป็นประเทศพัฒนาแล้วในปี 2563 ซึ่งมาเลเซียคาดหวังว่าจะได้เม็ดเงินลงทุนจากบริษัทต่างชาติ/บริษัทข้ามชาติเป็นสำคัญสำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ

สำหรับประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันต่ำสุดจากทั้ง 3 ประเทศในทุกด้าน ส่งผลให้ไทยจะสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสิงคโปร์และมาเลเซีย หากเปิดเสรีการค้า การบริการ และการลงทุน จากการก้าวไปสู่ AEC ในปี 2558

ดังนั้นเพื่อแสวงหาโอกาสจากความท้าทายดังกล่าวจำเป็นที่ไทยต้องมีนโยบายหรือยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนในการขับเคลื่อนการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในด้านต่างๆ ที่ยังเป็นจุดอ่อนหรือเป็นอุปสรรค และควรเสริมสร้างจุดแข็งให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบจากความท้าทายของ AEC และรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวของประเทศไทยในภูมิภาคนี้ต่อไป

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี