posttoday
LTF8พันล.จ่อถล่ม

LTF8พันล.จ่อถล่ม

29 ธันวาคม 2553

 

สถาบันตะลุย1.8พันล.ดันหุ้น  ทิสโก้ชี้แบงก์พลังงานเสี่ยงต่ำ

โพสต์ทูเดย์ — สถาบันไทยรวมพลังไล่ซื้อหุ้น 1,889 ล้านบาท ดันดัชนีพุ่ง ระวังแรงขาย LTF 7,0008,000 ล้าน บาท ต้นปีกดตลาดร่วงหลุดพันจุด

ตลาดหุ้นไทยร้อนแรงก่อนสิ้นปีอย่างที่คาดการณ์ โดยมีแรงโหมซื้อหุ้นในครอบครัว ปตท.เข้ามาในช่วงบ่าย ไล่ดัชนีขึ้นไปปิดที่ระดับ 1,028.33 จุด เพิ่มขึ้น 8.87 จุด ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายบางตา 17,718 ล้านบาท เกิดจากฝีมือสถาบันในประเทศ ซื้อสุทธิถึง 1,889 ล้านบาท ส่วนรายย่อยสบโอกาสทิ้งของ 2,130 ล้านบาท และต่างชาติซื้อเพียง 141 ล้านบาท

ตลาดหุ้นไทยที่ขึ้นสวนทางตลาดเอเชียที่อ่อนตัวลงเป็นส่วนใหญ่ ทำให้นักลงทุนที่เพิ่งเข้าซื้อกองทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ต้องมีต้นทุนสูงขึ้น

นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการกองทุนธุรกิจกองทุนรวมและกองทุนส่วนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทิสโก้ เชื่อว่าจนถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2553 ดัชนีก็จะแกว่งเหนือกว่า 1,000 จุด เนื่องมาจากแรงซื้อของต่างชาติค่อนข้างนิ่ง เพราะช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ขณะที่เงินของ LTF และ RMF ยังเข้ามาซื้อต่อเนื่องพยุงดัชนีไว้ได้

อย่างไรก็ตาม ช่วงไตรมาสแรกปี 2554 มีโอกาสที่ดัชนีจะหลุด 1,000 จุด เนื่องมาจากการขายหุ้นของ LTF ที่ครบกำหนดการลงทุน 5 ปี มูลค่าประมาณ 7,0008,000 ล้านบาท โดยกองทุนเหล่านี้ซื้อหุ้นไว้ตั้งแต่ปี 2549 ที่ดัชนี 600700 จุด

ทั้งนี้ หากช่วงต้นปีหน้านักลงทุนต่างชาติยังไม่เข้ามาจะทำให้ดัชนีลดลงได้ แต่จะไม่ต่ำกว่า 950 จุด เพราะเมื่อดัชนีลดลงจะมีนักลงทุนเข้าไปซื้อสะสมลงทุนระยะยาว แต่หากเข้ามาแล้วซื้อจำนวนไม่มากดัชนีก็จะทรงตัวไม่ไปไหน

สำหรับแนวโน้มครึ่งปีแรกเชื่อว่าหุ้นยังดี เพราะสหรัฐมีการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณครั้งที่สอง หรือ QE2 ที่ทำให้มีสภาพคล่องส่วนเกินไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชีย แต่มีความเสี่ยงช่วงกลางปีที่มาตรการหมดและมีความเสี่ยงว่าจะมี QE3 หรือไม่ หากไม่มีจะมีการพูดถึงการออกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ดัชนีหุ้นจะปรับตัวลดลงซึ่งเป็นจังหวะให้เข้าซื้ออีกครั้ง

บลจ.ทิสโก้ ประเมินว่า ปีหน้าดัชนีจะปรับตัวสูงขึ้นไป 1,200 จุดตามประมาณการเติบโตกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่คาดว่าจะสูงเกือบ 20% จากปีนี้ แต่หาหุ้นราคาถูกได้ยากแล้วเพราะดัชนีปรับขึ้นแรงต่อเนื่องกันมา 2 ปีแล้ว

นายสาห์รัช แนะนำให้ซื้อหุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานดี โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ได้ดีจากการขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง อัตรากำไรจะดี ไม่ต้องตั้งสำรองหนี้มากอีกแล้ว และสินเชื่อขยายตามเศรษฐกิจ ไม่มีแรงกดดันด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) รวมถึงกลุ่มพลังงานที่ราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อ

ด้านผลงานของ บลจ.ทิสโก้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กองทุนหุ้นของบริษัทได้ผลตอบแทนสูงสุดในระบบในอัตรา 7080% ในปี 2552 สูงกว่าดัชนีตลาดที่ปรับสูงขึ้น 36% และปี 2553 ผลตอบแทนจากการลงทุนกองทุนเท่าตลาดประมาณ 40%

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี