
ลุ้นส่งร่างกม.ค้าปลีกทันเข้าสภาสมัยหน้า
โพสต์ทูเดย์
— กฎหมายค้าปลีกส่อล่ม หลัง ครม.ส่งกฤษฎีกาปรับปรุงผ่านปีกว่ายังไม่เสร็จ ชี้ไม่ได้แก้ไขมาก ลดบอร์ดเหลือชุดเดียว ทำธุรกิจต้องขออนุญาตตามเกณฑ์ที่กำหนดรายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง พ.ศ. ... ใกล้จะเสร็จ หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติให้รวมร่างกฎหมายที่เสนอโดยกระทรวงพาณิชย์ และร่างของสำนักงานผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) โดยให้ยึดร่างของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้ดำเนินการมาตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2552 จนถึงปัจจุบันใช้เวลาไปกว่า 1 ปี แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะเสนอกลับให้ ครม.พิจารณาเมื่อใด
สำหรับร่างกฎหมายที่ได้มีการปรับปรุงใหม่ ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากร่างที่กระทรวงพาณิชย์เสนอมากนัก มีเพียงกำหนดให้มีคณะกรรมการกลางว่าด้วยการประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่งเพียงองค์กรเดียว จากเดิมที่เสนอให้มีทั้งคณะกรรมการกลางและคณะกรรมการส่วนจังหวัด และให้มีกรรมการจากภาคเอกชน โดยระบุชัดเจนว่ามาจากผู้แทนสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย 2 คน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 2 คน และผู้ทรงคุณวุฒิที่ ครม.แต่งตั้ง 3 คน
ขณะที่การขออนุญาตประกอบธุรกิจค้าปลีกหรือค้าส่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งหลักเกณฑ์เดิมที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดว่าจะต้องขออนุญาต คือ ธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ที่มีขนาดพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไปยอดรายได้ของทุกสาขาในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป
นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกายังได้กำหนดให้ใบอนุญาตสามารถโอนได้ เดิมกำหนดการห้ามโอนไว้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตหรือเป็นการตกทอดทางมรดก ส่วนการอุทธรณ์คำสั่งไม่ออกใบอนุญาตให้ยื่นอุทธรณ์ได้ต่อปลัดกระทรวงพาณิชย์
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า คาดว่าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาจะเสนอให้ ครม.พิจารณาร่างกฎหมายค้าปลีกฉบับปรับปรุงใหม่ได้ในเร็วๆ นี้ และเสนอให้รัฐสภาพิจารณาได้ ในการเปิดสมัยประชุมประมาณเดือน ก.พ. 2554 และยังมีความมั่นใจว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะผ่านการพิจารณาและมีผลบังคับใช้ เพราะยังมีความจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายมาใช้เพื่อดูแลระบบค้าปลีกในประเทศไทย
รายงานข่าวแจ้งว่า มีการประเมินกันว่าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา จะปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้แล้วเสร็จและนำเสนอให้ ครม. พิจารณาได้ภายใน 3 เดือน ซึ่งคงเป็นช่วงเดือน ก.พ. หรือ มี.ค.2554 หากเป็นเช่นนั้นจะบรรจุเข้ารัฐสภาทัน แต่คงจะไม่ผ่านได้ง่ายๆ เพราะมีความเป็นไปได้ที่จะถูกร้านค้าปลีกรายใหญ่ทำการคัดค้านอีก หรือหากกฎหมายฉบับนี้ยังไม่ผ่าน และรัฐบาลยุบสภา กฎหมายฉบับนี้ก็ต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง







