posttoday
ส่งท้ายปีเก่า...สวัสดีปีใหม่ สุขใจทั่วกัน

ส่งท้ายปีเก่า...สวัสดีปีใหม่ สุขใจทั่วกัน

29 ธันวาคม 2553

....ชาติชาย พยุหนาวิชัย

....ชาติชาย พยุหนาวิชัย

ยิ่งใกล้ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่เข้ามาเท่าไหร่ เดินไปที่ไหนก็จะได้ยินเพลง We wish u a Merry Christmas and A Happy New Year ขับกล่อมให้ท่านรู้สึกอินไปกับเทศกาลแห่งความสุขนี้กันเป็นประจำทุกปี ผมว่าช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่แฮปปี้สมกับชื่อจริงๆ เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ นี่ขนาดยังไม่นับวันหยุดเรียน วันหยุดงาน และโบนัสที่จะได้ตามมาอีก งานนี้ทำเอาเราๆ ท่านๆ ที่ตั้งหน้าตั้งตาคร่ำเคร่งกับการเรียนและการทำงานหนักมาตลอดปี “ยิ้มไม่หุบ” กันเลยนะครับ

1 ปี... 12 เดือน... 52 สัปดาห์... 365 วัน...ผ่านไปอีก อย่างใจหาย ไม่คิดอะไรมันก็ไว... แต่พอมานั่งนึกดู... เป็น 1 ปีที่อัดแน่นด้วยรสชาติต่างๆ นานาจริงๆ ทั้งสุข เศร้า เคล้าน้ำตา เรียกว่าครบทุกรสชาติกันเลยทีเดียว แม้ตอนนี้ยังไม่มีการจัดอันดับข่าวเด่นประเด็นดังในรอบปี 2553 ในบ้านเราอย่างเป็นทางการกัน แต่ในต่างประเทศได้เผยแพร่กันไปเรียบร้อยแล้ว โดยล่าสุดเว็บไซต์ไทม์ดอตคอมของนิตยสารไทม์ในสหรัฐอเมริกา ได้สำรวจ 10 อันดับข่าวเด่นในหมวดของข่าวต่างประเทศ (TOP 10 WORLD NEWS STORIES) ซึ่งประกอบไปด้วย อันดับที่ 1 เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ประเทศเฮติ มีผู้เสียชีวิตกว่า 2.3 แสนคน อันดับที่ 2 ปรากฏการณ์เว็บไซต์วิกิลีกส์ ที่ตีพิมพ์ข้อมูลลับของทางการสหรัฐ อันดับที่ 3 การช่วยเหลือคนงาน 33 คนที่ติดอยู่ในเหมืองที่ถล่มลงมาในประเทศชิลี อันดับที่ 4 เหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศปากีสถาน ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,000 คน และประชาชนกว่า 20 ล้านคนต้องเผชิญชะตากรรม อันดับที่ 5 ปีที่มีท่าทีที่ไม่เหมาะสมของเกาหลีเหนือ อันดับที่ 6 การแข่งขันฟุตบอลโลกที่ประเทศแอฟริกาใต้ อันดับที่ 7 เหตุการณ์สงครามกับกลุ่มกบฏในประเทศเยเมน อันดับที่ 8 ความไม่พอใจของประชาชนเกี่ยวกับมาตรการทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในยุโรป และ อันดับที่ 9 สงครามยาเสพติดในประเทศเม็กซิโก และที่สำคัญได้จัดให้เหตุการณ์ “กลุ่มคนเสื้อแดงในกรุงเทพฯ” มาเป็นอันดับที่ 10 โดยระบุถึงความโหดร้ายในการปราบปรามอย่างรุนแรงและการสลายตัวของกลุ่มคนเสื้อแดง นำไปสู่การเสียชีวิต 91 คน และมากกว่า 1,800 คนได้รับบาดเจ็บ ทั้งหมดถูกบันทึกภาพจากกล้องของสื่อต่างประเทศ ที่บันทึกเรื่องราวตลอด 24 ชั่วโมง จากแนวเขตต่อสู้ในพื้นที่กรุงเทพฯ แม้เหตุการณ์จะเงียบลง แต่อารมณ์ของผู้ประท้วงยังคุกรุ่น และในอนาคตการเคลื่อนไหวและการประท้วงยังคงเป็นไปได้

ที่ผ่านมาท่านเคยสังเกตไหมครับว่า ประเทศเรามักติดอันดับกับเรื่องแย่ๆ จากการสำรวจของต่างประเทศ เช่น ประเทศไทยติดอันดับ 2 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เรื่องการขโมยสินค้าร้านค้าปลีกในประเทศไทย (2553) ติดอันดับ 9 ของกลุ่มประเทศตัวการทำให้โลกร้อน (2549) ติดอันดับ 5 ของโลกในการแพร่เว็บ (2549) ติดอันดับ 3 ของเอเชียเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ รองจากจีนและไต้หวัน (2546) คนไทยมีสถิติดื่มสุราสูงสุดเป็นอันดับ 5 ของโลก (2546) ซึ่งแน่นอนครับว่า ไม่ใช่เรื่องที่น่าภาคภูมิใจหรือน่ายินดีปรีดาแต่อย่างใด ผมจึงลองสืบค้นดูเพิ่มเติมว่าเราเคยติดอันดับอะไรดีๆ กับเขามาบ้างหรือเปล่า ปรากฏว่าก็มีไม่น้อยเลยนะครับ เช่น ประเทศไทยติดอันดับ 15 ของโลกในการแก้โลกร้อน (2553) ด้านการท่องเที่ยว ประเทศไทยเป็นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คุ้มค่าเงินที่สุด (2552) ติดอันดับ 3 ของความมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม (2552) ติดอันดับ 3 ของความเป็นมิตร (2552) ติดอันดับ 4 สำหรับการเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายในการช็อปปิ้ง (2552) ด้านเยาวชน เด็กไทยคว้ารางวัลคะแนนสูงสุดอันดับ 1 ของโลกในการแข่งขัน ชีววิทยาโอลิมปิก (2550) ด้านสังคม ไทยถูกจัดอันดับเป็นประเทศที่มีความสุขที่ 44 ของโลก (2549) และสุดท้ายอาหารไทยเป็นอาหารยอดนิยมติด 1 ใน 5 ของโลกร่วมกับอาหารฝรั่งเศส อิตาเลียน ญี่ปุ่น จีน (2545)

นี่ก็เป็นตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงให้เห็นว่าจริงๆ แล้วคนไทยเรามีศักยภาพและความสามารถสูง หากจะทำให้ดี ให้เด่น ให้ดังก็ทำได้ดีไม่แพ้ชาติใดในโลก แต่ปัญหาอยู่ที่ว่าจะยอมทำกันหรือไม่มากกว่า ผมไม่อยากให้ประเทศของเราติดอันดับกับเรื่องไม่ดี เพราะนั่นคือภาพลักษณ์ของประเทศเราในสายตาของต่างชาติ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอย่างหนึ่งว่าประเทศเราน่าอยู่ น่าลงทุน น่าท่องเที่ยวมากน้อยเพียงใดในสายคนอื่น และคนไทยเรามีความรู้ความสามารถ มีทักษะความเชี่ยวชาญ และมีคุณภาพชีวิตมากน้อยเพียงใดเมื่อเปรียบเทียบกับชาติอื่นๆ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับ “เราคนไทยทุกคน” นะครับ ผ่านปีนี้ไป ผมก็ไม่แน่ใจว่าปีหน้าเราจะติดอันดับอะไรแปลกๆ กันมาอีกหรือเปล่า แต่ก็ขอแอบภาวนาให้มีแต่เรื่องดีๆ นะครับ

ช่วงชีวิตคนเราอาจอยู่ได้ถึง 60 ปี 80 ปี หรือ 100 ปี มานั่งคิดดูวันนี้อาจจะรู้สึกว่าเยอะ แต่จริงๆ แล้วปีนึงๆ มันผ่านไปเร็วนะครับ ทุกคนก็มีเวลาวันละ 24 ชม เท่ากัน แต่อาจมีอายุยืนยาวไม่เท่ากัน แต่ “ความคุ้มค่าของชีวิต” นั้น ไม่ได้ต่างกันที่ความยาวสั้นของเวลา แต่มันต่างกันที่ “ประสบการณ์และความรู้สึก” ที่บรรจุอยู่ในเวลานั้นๆ ต่างหาก ผมเชื่อว่าทุกท่านรู้ว่า “เวลา” เป็นสิ่งมีค่าและที่สำคัญ “เวลา...ไม่เคยคอยใคร” แล้ววันนี้ท่าน “ได้คิดและลงมือทำ” อะไรดีๆ อย่างเต็มที่ให้คุ้มกับที่เกิดมาเพื่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติของเรา กันแล้วหรือยังละครับ...

สุดท้ายนี้ คงไม่เร็วเกินไปที่จะกล่าว “สวัสดีปีใหม่” ผมขอให้ทุกท่านมีความสุขกับ 1 ปีที่กำลังจะมาถึงนี้ และขอให้เป็น 1 ปีที่คุ้มค่าสำหรับทุกท่านนะครับ แม้ทุกท่านจะคาดหวังว่าจะมีสิ่งดีๆ รอเราอยู่ข้างหน้า แต่ก็อย่ามัวแต่นั่งรอสวรรค์บันดาลหรือให้โชคชะตาลิขิตชีวิตของท่านอย่างเดียวนะครับ เพราะปี 2554 ที่กำลังจะมาถึงนี้ บางตำราก็ว่าปี “กระต่ายทอง” บ้างก็ว่าปี “กระต่ายดุ” แต่ที่แน่ๆ ปัญหาและอุปสรรคที่ค้างคาจากปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ปัญหาเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันพุ่ง เงินบาทแข็งค่า GDP ลด บ้านเมืองไม่สงบ ธุรกิจผันผวน และอื่นๆ อีกมากมาย ยังรอให้เราๆ ท่านๆ ร่วมฝ่าฟันด้วยกันต่อไป ผมเชื่อว่าหากทุกท่านเตรียมพร้อมรับมือกันเสียตั้งแต่วันนี้ เราจะสามารถผ่านพ้นทุกเหตุการณ์ไปได้ด้วยดีเช่นปีก่อนๆ แล้วเจอกันใหม่ปีหน้าครับ

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี