
แนวโน้มราคาพลังงานปี54พุ่ง
รมว.พลังงาน เตือนราคาพลังงานปี54แนวโน้มสูงขึ้นหลังไทยบริโภคน้ำมัน-ไฟฟ้า-ก๊าซธรรมชาติเพิ่มต่อเนื่อง ยืนยันพร้อมตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร
รมว.พลังงาน เตือนราคาพลังงานปี54แนวโน้มสูงขึ้นหลังไทยบริโภคน้ำมัน-ไฟฟ้า-ก๊าซธรรมชาติเพิ่มต่อเนื่อง ยืนยันพร้อมตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยถึงภาพรวมการใช้พลังงานของประเทศไทยปี 2553 และแนวโน้มสถานการณ์พลังงานปี 2554 ว่า ภาพรวมราคาพลังงานในปีหน้าจะปรับสูงขึ้นกว่าปีนี้ ตามการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยคาดการณ์มูลค่าการใช้พลังงานโดยรวมของไทยจะอยู่ที่ 1.91 ล้านล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 6.6% จากปี 2553
สำหรับราคาน้ำมันดิบคาดการณ์เฉลี่ยจะอยู่ที่ 80-90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 10% เทียบกับปี2553 ในขณะที่สถานการณ์การใช้พลังงานของประเทศ ปีหน้า ไทยจะนำเข้าน้ำมันดิบ 8.01 แสนบาร์เรล/วัน ลดลง 0.1% เนื่องจากจะมีการใช้ก๊าซธรรมชาติแทนน้ำมันมากขึ้น แต่มูลค่านำเข้าน้ำมันดิบจะอยู่ที่ 7.46 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนที่จะสูงขึ้น
ดังนั้นเป้าหมายสำคัญของกระทรวงพลังงานจะเร่งส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนตามแผน 15 ปี ให้เกิดขึ้นอย่างจริงจังมากขึ้น รวมทั้งการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การอนุรักษ์พลังงานระยะ20ปี
ส่วนกรณีการดูแลราคาน้ำมันดีเซล นั้นกระทรวงพลังงานจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้นจนทำให้ราคาดีเซลจะกินระดับ 30 บาท/ลิตร ก็พร้อมที่จะใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปช่วยดูแลให้มากที่สุด แต่หลังจากนั้นคงใช้มาตรการอื่นๆ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้เปิดทางจะใช้วิธีลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันลิตรละ 2 บาท
ด้านปริมาณการใช้ไฟฟ้าปีหน้าจะมีปริมาณอยู่ที่ 1.55 แสนล้านหน่วย ปรับเพิ่มขึ้น 5.5% คิดเป็นมูลค่าการใช้ไฟฟ้า 5.04 แสนล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 5.5% ส่วนปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติอยู่ที่วันละ 4,335 ล้านลูกบาศก์ฟุต(ลบ.ฟุต) เพิ่มขึ้น 6.1% คิดเป็นมูลค่า 8.99 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ปริมาณการใช้ก๊าซหุงต้ม(แอลพีจี) จะอยู่ที่ 7.1 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 17.8% และมีปริมาณนำเข้า 1.23 แสนตัน ลดลงถึง92% เนื่องจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติแห่งที่ 6 ของปตท.เริ่มเดินเครื่องการผลิตได้ในประเทศ ประกอบกับมีการปล่อยลอยตัวราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรม ซึ่งอาจทำให้ปริมาณการใช้ลดลง
สำหรับการขับเคลื่อนการพัฒนาพลังงานทดแทน ซึ่งเป็นวาระแห่งชาตินั้นกระทรวงพลังงานได้ดำเนินการผลักดันอย่างเป็นระบบ โดยในปี 2553มีผลการส่งเสริมคิดเป็นสัดส่วน 7.75% จากแผนพัฒนาพลังงานทดแทน 15ปีที่จะส่งเสริมให้ได้ไม่น้อยกว่า 20% ในปี 2565
ทั้งนี้ที่ผ่านมาได้ประสบความสำเร็จในหลายรูปแบบและใช้มาตรการด้านต่างๆเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลมีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้น 1.72ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน การใช้เอทานอลค่อนข้างทรงตัวในระดับ 1.23 ล้านลิตร/วัน แต่การผลักดันมาตรการทางภาษีสรรพสามิตในส่วนของรถยนต์ที่สามารถใช้น้ำมันแก๊สโซฮอลอี85 ปี 2553 ทำให้มีรถยนต์อี85 เพิ่มขึ้นเป็น 3,400 คัน และคาดว่าในปี 2554จะเพิ่มเป็น 1.5 หมื่นคัน ส่วนยอดการใช้แก๊สโซฮอลอี85เพิ่มขึ้นจาก 630 ลิตร/วันในปี 2552 เป็น 5,500 ลิตร/วันในปี 2553และคาดว่าในปี 2554 จะมีการใช้เพิ่มขึ้นเป็น 4.1 หมื่นลิตร/วัน







