posttoday
หวั่นสรรหา กสทช.อืด

หวั่นสรรหา กสทช.อืด

27 ธันวาคม 2553

นักกฎหมาย ยังหวั่นกระบวนการสรรหา กสทช.อืด หลังสำนักงานวุฒิสภาขาดประสบการณ์ แนะ กทช.เสนอโมเดลให้รวดเร็วขึ้น

นักกฎหมาย ยังหวั่นกระบวนการสรรหา กสทช.อืด หลังสำนักงานวุฒิสภาขาดประสบการณ์ แนะ กทช.เสนอโมเดลให้รวดเร็วขึ้น

นายดิสทัต โหตระกิตย์ กรรมการร่างกฎหมายประจำสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดเผยว่า กระบวนการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จำนวน 11 คน ที่ขณะนี้เป็นหน้าที่ของสำนักงานเลขาวุฒิสภาอาจมีปัญหาและล่าช้ากว่า 180วันตามที่กฎหมายกำหนด  เนื่องจากหน่วยงานไม่มีประสบการณ์และขาดความเชี่ยวชาญในการสรรหาบุคคลเพื่อเข้ารับตำแหน่ง

ทั้งนี้ นายดิสทัตได้แสดงความเห็นระหว่างการประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อเตรียมความพร้อมของสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. รองรับภารกิจตามพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 หรือ พ.ร.บ.กสทช.

อำนาจการสรรหากสทช. ดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในสาระสำคัญและเจตนารมณ์ของพ.ร.บ.กสทช.ฉบับใหม่ที่ถือเป็นข้อแตกต่างจากพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ฉบับปี 2543 เดิม นั้น ประกอบด้วย การร่างพ.ร.บ.กสทช.อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2550 ที่กำหนดให้วิธีการจัดสรรคลื่นความถี่เปลี่ยนไป เข้าสู่การประมูลเท่านั้น และการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว เกิดขึ้นโดยมีกฎหมายอื่นๆ ประกอบและมีผลบังคับใช้ก่อนแล้ว ได้แก่ พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ 2543 ประกาศหลักเกณฑ์ต่างๆ ของกทช.

อย่างไรก็ตาม กทช.และสำนักงานในฐานะที่เคยดำเนินการสรรหาบุคลากรขององค์กรอิสระ จึงน่าจะนำเสนอรูปแบบการจัดทำกระบวนการสรรหา ให้กับสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เพื่อให้การทำงานรวดเร็วขึ้น เพราะหากไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามกฎหมายกำหนด เนื่องจากมีปัจจัยเรื่องขององค์กรนิติบัญญัติที่ต้องทำให้สอดคล้องกันด้วย คือถ้าสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ต้องสิ้นสภาพลง กระบวนการก็จำเป็นต้องหยุดชะงักทันที

สำหรับมาตรา 46 ที่กำหนดให้สิทธิการใช้คลื่นความถี่ เป็นสิทธิเฉพาะตัว ไม่สามารถโอนให้ผู้อื่นบริหารจัดการแทนได้ ดังนั้นรูปแบบการดำเนินธุรกิจเช่าใช้โครงข่ายและขายต่อบริการ หรือ เอ็มวีเอ็มโอ อาจจะขัดต่อพ.ร.บ.กสทช.นั้น ในชั้นกรรมาธิการ ไม่มีใครระบุว่าการบริการดังกล่าวจะดำเนินการไม่ได้ เนื่องจากไม่ใช่การมอบสิทธิบริหารให้กับคนอื่น แต่เป็นหนึ่งในรูปแบบขายส่งขายต่อ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องพิจารณาว่าเวลานี้การทำเอ็มวีเอ็นโอ เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อครั้งที่มีการพิจารณากฎหมายไปอย่างไร

ด้านนายประเสริฐ อภิปุญญา รองเลขาธิการกทช.ปฏิบัติหน้าที่แทนรองเลขาธิการกสทช. กล่าวว่า จากการศึกษาในต่างประเทศพบว่ารูปแบบการให้บริการเอ็มวีเอ็นโอมีหลายระดับ ตั้งแต่รูปแบบการขายส่ง ขายต่อ ไปจนถึงการได้สิทธิบริหารโครงข่าย ดังนั้น หากพิจารณาตามพ.ร.บ.กสทช. การดำเนินการของเอกชนที่ได้รับใบอนุญาต หรือ ไลเซ่นส์ เอ็มวีเอ็นโอ ประเภทที่ 1 คือการจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของตัวเองและมีระบบบิลลิ่ง จำนวน 17 ราย จึงมีความกังวลว่าอาจจะเข้าข่ายการได้สิทธิบริหารคลื่นความถี่ด้วย ซึ่งขัดต่อพ.ร.บ.กสทช.   

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี