
บลจ.ซีไอเอ็มบีลั่นปี’54โตเท่าตัว
ประเดิมขายศุกูกกองทุนแรก มองFIFรุ่งกองอสังหาฯแจ่ม
โพสต์ทูเดย์
— บลจ.ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล วางเป้าปี 2554 เอยูเอ็มแตะ 5 หมื่นล้านบาท โตเท่าตัวจากปีนี้ ลุยออกกองทุน FIFอสังหาริมทรัพย์ตลาดเงินนายอนุสรณ์ บูรณกานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) ซีไอเอ็มบีพรินซิเพิล เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) อยู่ที่ 2.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 41% จากสิ้นปี 2552 ซึ่งมีเอยูเอ็มจำนวน 1.7 หมื่นล้านบาท และในปี 2554 ตั้งเป้าเพิ่มขึ้นเป็น 5 หมื่นล้านบาท
“
ปีหน้าบริษัทมีแผนออกกองทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งกองทุนเพื่อไปลงทุนต่างประเทศ (FIF) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทุนรวมตลาดเงิน โดยทำงานร่วมกับซีไอเอ็มบีมากขึ้นและใช้ระบบข้อมูลต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการ บริหารจัดการมากขึ้น” นายอนุสรณ์ กล่าวสำหรับไตรมาสแรกปี 2554 จะออก 2 กองทุน โดยเป็นกองทุน FIF ลงทุนในพันธบัตรศุกูกในภูมิภาคอาเซียน มูลค่าโครงการประมาณ 500 ล้านบาท โดยกองทุนดังกล่าวจะออกมารองรับกองทุนรวมเกาหลีใต้ที่จะครบอายุ
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า กองทุนดังกล่าวจะเข้าไปลงทุนในตราสารภาคเอกชนที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ระดับที่ลงทุนได้ หรืออินเวสเมนต์เกรดในแถบภูมิภาคเอเชีย เป็นบริษัทที่มีหนี้ต่ำและธุรกิจไม่ขัดหลักอิสลาม โดยกองทุนจะออกเป็นสกุลเงินริงกิต เปิดซื้อขายได้ทุกวันและถือเป็นกองทุนแรกที่มีขึ้นในประเทศไทย
“
เราเองมีบริษัทแม่ คือ CIMB มาเลเซียเป็นเจ้าตลาดและเชี่ยวชาญด้านการลงทุนแบบนี้อยู่แล้ว และกองทุนหลักที่จะไปลงทุนก็มีผลตอบแทนในระดับที่ดี” นายอนุสรณ์ กล่าวนอกจากนี้ ในไตรมาสแรกจะออกกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์แบบมีกรรมสิทธิ์ลงทุนในคลังเก็บเอกสารมูลค่าประมาณ 675 ล้านบาท ซึ่งเลื่อนเปิดขายไอพีโอในช่วงเดือน พ.ย. 2553 ที่ผ่านมา เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นอยู่ จึงคาดว่าจะเปิดขายได้ช่วงเดือน มี.ค. 2554 และช่วงปลายไตรมาสแรก หรือต้นไตรมาส 2 คาดว่าจะเปิดขายกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์แบบมีกรรมสิทธิ์ลงทุนในโรงแรมระดับ 4 ดาว ตั้งอยู่ที่หาดเฉวง เกาะสมุย มูลค่าโครงการ 1,200 ล้านบาท
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า บริษัทยังมีแผนจะออกกองทุน FIF อิสลามมิก โกลบอล คอมมอดิตี้ อิคิวตี้ฟันด์ ลงทุนหุ้นในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ได้แก่ น้ำมัน แร่ธาตุ และทองคำ ซึ่งกองทุนนี้บริษัทมองว่าในช่วง 3
–5 ปี จะยังสามารถให้ผลตอบแทนที่ดีอยู่ เพราะแนวโน้มการปรับตัวของน้ำมันและทองคำยังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างไรก็ตาม ในส่วนของปัญหาคาบสมุทรในเกาหลีที่เกิดขึ้นนั้นยังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพันธบัตรรัฐบาลเกาหลีใต้ที่เราเข้าไปลงทุน เพราะทางรัฐบาลเกาหลีได้มีการควบคุมไม่ให้ขยายเป็นวงกว้างมากยิ่งขึ้น ดังนั้นจึงไม่กระทบผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับ
“
ปีหน้าจะเน้นการให้บริการที่ดีและให้ข้อมูลลูกค้าต่อเนื่อง รองรับสถาบันประกันเงินฝากที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ เพื่อให้ลูกค้าเห็นช่องทางลงทุนอื่นๆ นอกเหนือจากการฝากเงิน” นายอนุสรณ์ กล่าว






