
เทสโก้ฯขอเลิกขายน้ำมันปาล์ม
โพสต์ทูเดย์
— เทสโก้ฯ เตรียมงดขายน้ำมันปาล์มในห้างทุกสาขา หลังรัฐคุมราคาไม่ได้ ด้านอุตฯ นมโวยแผนแยกราคาน้ำตาลแก้ไม่ได้นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ กรรมการรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เอกชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทม ผู้บริหารห้างค้าปลีก เทสโก้ โลตัส เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้แจ้งให้กระทรวงพาณิชย์รับทราบว่า ห้างเทสโก้ โลตัส ทุกสาขา จะยุติการจำหน่ายน้ำมันปาล์มชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์ราคาน้ำมันปาล์มจะกลับคืนสู่ปกติ และต้องการให้ภาครัฐเข้ามาดูแลและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง เพราะบริษัทต้องรับภาระต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นแทนทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภคมาเกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งขาดทุนราว 10 บาทต่อขวดแล้ว
ปัจจุบันบริษัทมีบริษัทผู้ผลิตน้ำมันปาล์ม (ซัพพลายเออร์) ที่ป้อนสินค้าให้ราว 3 4 รายหลัก แต่เชื่อว่าการยุติการจำหน่ายของบริษัทจะไม่ส่งผลกระทบต่อซัพพลายเออร์ เพราะบางรายก็มีความคิดจะลดการผลิตลงจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถจำหน่ายราคาที่สอดคล้องกับต้นทุนได้ ซึ่งบริษัทเองมีการซื้อน้ำมันปาล์มมาจากผู้ผลิตราวขวดละ 4850 บาท แต่จำหน่ายได้ตามราคาที่กระทรวงพาณิชย์ควบคุมที่ขวดละ 38 บาท
“
เพื่อเป็นการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริโภค บริษัทจะยังคงจำหน่ายน้ำมันพืชประเภทอื่นๆ เช่น น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น ให้กับผู้บริโภคตามปกติ” นายดามพ์ กล่าวแหล่งข่าวในวงการค้าปลีก กล่าวว่า ปัจจุบันมีปริมาณน้ำมันปาล์มที่จำหน่ายผ่านร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด ) ทั่วประเทศ ราว 500,000 ขวดต่อวัน หรือคิดเป็น 30% ของปริมาณน้ำมันปาล์มที่จำหน่ายทั้งหมด ดังนั้น การจำหน่ายส่วนใหญ่ที่ผ่านยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ซึ่งมีสัดส่วนขนาดใหญ่ และมีการจำหน่ายเกินกว่าราคาควบคุม โดยสามารถจำหน่ายถึงขวดละ 50 บาท แต่หน่วยงานรัฐกลับไม่เข้าไปควบคุม
นายสุวิทย์ ผลวิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท อุตสาห กรรมนมไทย ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นมตรามะลิ เบิดวิงซ์ และออร์คิด กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดกระทรวงอุตสาห กรรมที่จะให้แยกราคาขายน้ำตาลทรายในประเทศให้แก่รายย่อยและกลุ่มอุตสาหกรรม เพราะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาน้ำตาลขาดแคลนแต่อย่างใด ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมใช้ทฤษฎีดังกล่าวมาจากพื้นฐานเศรษฐศาสตร์ และอยู่บนบรรทัดฐานด้านใด จากและที่ผ่านมาผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมนมรับซื้อน้ำตาลในปริมาณมาก แต่ซื้อในราคาที่ถูกกว่ารายย่อยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และยังถูกจำกัดปริมาณการซื้อตามโควตาด้วย ซึ่งกระทรวงอุตฯ ควรชี้แจงแนวคิดการแยกราคาน้ำตาลให้ชัดเจนมากกว่านี้
รายงานข่าวจากผู้ผลิตน้ำอัดลมรายใหญ่ของประเทศกล่าวในทิศทางเดียวกันว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของกระทรวงอุตสาหกรรม เพราะปัจจุบันผู้ผลิตน้ำอัดลมได้รับความเดือดร้อนจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้กระทรวงอุตฯกลับไปพิจารณาเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร กลุ่มผลิตภัณฑ์โคคาโคลา (ประเทศไทย) ผู้ทำตลาดน้ำอัดลมโค้ก กล่าวว่า บริษัทเตรียมหารือกับสมาคมผู้ผลิตเครื่องดื่มในช่วงต้นปีหน้า เพื่อหาข้อสรุปในเรื่องนี้







