
อู่เถ้าแก่15แห่งรวมตัวสู้นายทุน
สั่งซื้อวัตถุดิบอะไหล่บริการ ดึงเทคโนยานยนต์ฝึกงานช่าง
โพสต์ทูเดย์
— อู่เถ้าแก่รวมตัวสู้อู่นายทุนใหญ่เปิด 4 มุมเมืองต้นปีหน้า หวั่นลูกค้าแห่ใช้บริการนายอนุรักษ์ กำธรเจริญรุ่ง เจ้าของและผู้จัดการอู่ อนุรักษ์อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า อู่ 15 แห่งที่ให้บริการซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ ได้รวมกลุ่มกันภายใต้ชื่อสมาร์ทกรุ๊ป 2009 เพื่อยกระดับมาตรฐานในการให้บริการแบบเดียวกัน และช่วยลดต้นทุนการผลิตในด้านการจัดซื้อวัสดุ อะไหล่รถยนต์ รวมทั้งร่วมกันพัฒนานวัตกรรมการบริการใหม่ๆ เช่น การตรวจสอบความคืบหน้าของงานซ่อมบนเว็บไซต์ออนไลน์
ทั้งนี้ เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกัน สร้างความน่าเชื่อถือให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ และสามารถแข่งขันกับอู่ขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นพร้อมกัน 4 มุมเมืองในช่วงต้นปี โดยเป็นการลงทุนของนายทุนใหญ่ที่มีเงินหนาจะมาเปิดให้บริการ 4 มุมเมืองกรุงเทพมหานคร แต่ละแห่งจะสามารถรองรับรถได้เป็นจำนวนมาก
“
หากเปรียบเรา คงเป็นร้านค้าขนาดเล็ก แต่อู่ที่จะมาเปิด 4 มุมเมืองเปรียบได้กับร้านขายส่ง ที่ราคาจะถูกกว่าเรา หากเราไม่ปรับตัว หรือต่างคนต่างอยู่ จะสู้เขาไม่ได้ ซึ่งถือว่าเป็นการรวมกลุ่มครั้งใหญ่ที่สุด” นายอนุรักษ์ กล่าวนายอนุรักษ์ เปิดเผยว่า แตกต่างจากการเป็นอู่กลาง ที่มาตรฐานอยู่ระดับใกล้เคียงกัน แต่ต่างคนต่างอยู่ แต่การรวมกลุ่มกันครั้งนี้จะใช้ชื่อหรือแบรนด์เดียวกัน และร่วมกันพัฒนาบริการร่วมกัน
นายณรงค์ศักดิ์ สัจจะไทย ประธานกรรมการ บริษัท สมาร์ทกรุ๊ป 2009 กล่าวว่า ทางกลุ่มรับประกันงานซ่อมสี 24 เดือน และให้บริการรับส่งรถทั้งก่อนและหลังเข้าซ่อมฟรี ลูกค้าสามารถตรวจเช็กสถานะการซ่อมรถผ่านระบบออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. โดยปี 2554 จะเพิ่มจำนวนสมาชิกในกลุ่มเป็น 30 อู่ทั่วประเทศ โดยอู่แต่ละแห่งสามารถรับซ่อมรถได้เดือนละ 100 คัน
นอกจากนี้ เมื่อรวมกลุ่มกันแล้วจะทำให้ปัญหาการขาดฝีมือแรงงานลดลง เพราะได้ร่วมมือกับทางโรงเรียนเทคโนโลยียานยนต์ ในการส่งนักศึกษามาฝึกงานอย่างต่อเนื่อง และหากนักศึกษาจบแล้ว ก็พร้อมจะรับช่างเหล่านั้นเข้าร่วมงาน ส่งผลดีต่อสถาบันการศึกษาในการมีแหล่งฝึกงานที่ตรงกับแหล่งแรงงาน และดีต่ออู่ที่จะได้ช่างฝีมือโดยตรงเข้าร่วมงาน
“
ที่ผ่านมา ธุรกิจอู่จะมีปัญหาถูกดึงแรงงานมีฝีมือไป แต่หลังจากนี้ ถึงจะถูกดึงช่างซ่อมที่มีฝีมือไป แต่เรายังมีแหล่งช่างฝีมือเข้ามาทดแทนอย่างต่อเนื่อง ทำให้งานซ่อมไม่สะดุด”นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว






