
ปุ๋ยบีบพณ.ขอขึ้นราคาหลังปีใหม่
ปุ๋ยเคมีเปิดศึก "พาณิชย์" บีบขอขึ้นราคาหลังปีใหม่ ชี้ต้นทุนพุ่งทำให้ผู้ประกอบการขาดทุน ขู่หากไม่อนุญาตให้ขึ้นราคา จะไม่สั่งเข้ามาจำหน่าย
ปุ๋ยเคมีเปิดศึก "พาณิชย์" บีบขอขึ้นราคาหลังปีใหม่ ชี้ต้นทุนพุ่งทำให้ผู้ประกอบการขาดทุน ขู่หากไม่อนุญาตให้ขึ้นราคา จะไม่สั่งเข้ามาจำหน่าย
นายเปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้โรงงานผลิตและผู้ประกอบการปุ๋ยเคมี ไม่สามารถขายสินค้าราคาเดิมได้อีกแล้ว และจะขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งพิจารณาปรับราคาขึ้นหลังปีใหม่ เนื่องจากตอนนี้ต้นทุนผลิตปุ๋ยเคมี โดยเฉพาะแม่ปุ๋ยยูเรียที่นำมาใช้ผลิตปุ๋ยเคมี ปรับขึ้นมากจากตันละ 300 กว่าเหรียญสหรัฐ มาอยู่ที่ 407 เหรียญสหรัฐ ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระขาดทุนขายปุ๋ยยูเรียถึงตันละ 3,000 บาท ขณะที่ปุ๋ยสูตรอื่นก็ขาดทุนตันละ 400-1,000 บาท
ทั้งนี้หากกระทรวงพาณิชย์ไม่อนุญาตให้ขึ้นราคา ต่อไปผู้ผลิตจะไม่กล้าสั่งแม่ปุ๋ยยูเรียเข้ามาผลิตและจำหน่าย และประเมินไตรมาสแรกปีหน้า อาจเกิดปัญหาปุ๋ยเคมีขาดตลาด จนเกษตรกรต้องเดือดร้อนได้ เพราะตอนนี้สต๊อกปุ๋ยยูเรียหลายโรงงานเริ่มหมดแล้ว ขณะที่โรงงานใหญ่ที่มีเหลืออยู่ก็น่าจะผลิตขายได้ไม่เกินไตรมาสแรก เป็นเรื่องน่าห่วง เพราะปีหน้าคาดว่าราคาผลผลิตสินค้าเกษตรปรับตัวดี หากขาดปุ๋ยอาจทำให้เกษตรกรเสียโอกาสไปได้ ซึ่งปกติโรงงานจะสั่งนำเข้าแม่ปุ๋ยยูเรียเข้ามาช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. เพื่อรอผลิตขาย แต่ในปีนี้แม้ใกล้จะหมดปี แต่โรงงานส่วนใหญ่ยังไม่กล้านำเข้าแม่ปุ๋ย เพราะราคาวัตถุดิบแพงกว่าราคาขายที่กระทรวงพาณิชย์ควบคุม
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม หรือเทสโก้ โลตัส ได้ทำหนังสือร้องเรียนถึงรมว.พาณิชย์ ถึงปัญหาไม่มีน้ำมันปาล์มบรรจุขวดจำหน่ายในห้าง เพราะผู้ผลิตน้ำมันปาล์มขวดส่งสินค้าให้น้อยลง และยังส่งให้ราคาสูงถึงขวดละ 48 บาท เกินกว่าราคาควบคุมที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ที่ 38 บาท ขณะที่ห้างต้องขายเท่าราคาควบคุมทำให้ต้องประสบขาดทุนอย่างหนัก โดยนับตั้งแต่เริ่มเกิดปัญหาปลายปีนี้ขาดทุนไปแล้วกว่า 40 ล้านบาท และหากสถานการณ์ยังไม่ได้รับแก้ไข ต่อไปห้างโลตัสงดจำหน่ายน้ำมันปาล์มบรรจุขวด
นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ผลการหารือกับผู้ผลิตและผู้ประกอบการสินค้าส่วนใหญ่กว่า 90% ยืนยันให้ความร่วมมือตรึงราคาขายสินค้าออกไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค. 2554 เพื่อช่วยดูแลค่าครองชีพแก่ผู้บริโภค ทั้งกลุ่มหมวดอาหารและเครื่องดื่ม หมวดของใช้ประจำวัน หมวดกระดาษและผลิตภัณฑ์ หมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดบริภัณฑ์ขนส่ง หมวดปัจจัยการเกษตร และหมวดสินค้ายารักษาโรค ส่วนกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องต้นทุน เช่น น้ำมันปาล์ม ปุ๋ยเคมี จะมีการพิจารณาให้ขึ้นราคาช่วงหลังปีใหม่ โดยขณะนี้ให้ภาคเอกชนชี้แจงข้อมูลมายังกรมการค้าภายใน เพื่อเปรียบเทียบต้นทุน ปัจจัยเสี่ยง และความเหมาะสมของการปรับขึ้นราคาอย่างละเอียด







