
บุญรอดเล็งขายเบียร์จีน-เวียดนาม
โพสต์ทูเดย์
— บุญรอดฯ ปรับแผนสู้ตลาดเบียร์นำเข้าปีหน้าแข่งราคาเดือด หลังภาษีเหลือ 0% ในกลุ่มอาฟตา ตั้งท่านำเข้าเบียร์จากจีนเวียดนามนายปรีชา ชินรุจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.วี.เอส. ซินดิเทค ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเบียร์โคโรน่า จากประเทศเม็กซิโก ในเครือบุญรอดบริวเวอรี่ เปิดเผยว่า การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มเบียร์นำเข้ามูลค่า 89 แสนลิตร ในปีหน้าจะแข่งขันด้านราคาสูงขึ้น หลังจากโครงสร้างภาษีนำเข้าสุราปรับเปลี่ยนเหลืออัตรา 0% จากการเปิดตลาดเสรีใน 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน (อาฟตา) รวมถึงไทยได้ทำข้อตกลงเสรีทางการค้ากับประเทศอื่นๆ เช่น จีน และออสเตรเลีย ซึ่งมีผลตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
จากการเปิดเสรีดังกล่าว ทำให้มีผลิตภัณฑ์เบียร์นำเข้าแบรนด์ใหม่ๆ ทำตลาดในไทยมากขึ้น โดยจะเห็นชัดเจนในปี 2554 เป็นต้นไป เพราะภาษีนำเข้า 0% จะเอื้อให้เบียร์นำเข้าแข่งราคากับเบียร์ที่ผลิตในประเทศไทยได้ในราคาที่ต่ำกว่ามาก โดยเฉพาะเบียร์ราคาประหยัดขวดละ 3540 บาท ทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องปรับตัวด้วยการนำเข้าเบียร์แบรนด์ใหม่จากต่างประเทศมาทำตลาดแข่งกับเบียร์นำเข้า
“
บริษัทจะนำเข้าเบียร์จากจีน หรือเวียดนามมาทำตลาดในปีหน้าเพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาดเบียร์นำเข้าของบริษัท จากปัจจุบันเบียร์โคโรน่าครองส่วนแบ่งในตลาดมากกว่า 50%” นายปรีชา กล่าวนอกจากนี้ ยังขยายพอร์ตสินค้าใหม่ของเบียร์โคโรน่า คือ
“โคโรน่า ไลท์” เข้ามาทำตลาดในไทยเป็นประเทศที่ 4 ในเอเชียต่อจากประเทศญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันที่นิยมดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ต่ำ โดยแบรนด์โคโรน่า ไลท์ มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ 4.1% วางจำหน่ายราคา 120125 บาท ขนาด 355 มิลลิลิตร คาดว่าจะช่วยผลักดันยอดขายเบียร์โคโรน่าให้เติบโตมากกว่า 50%ขณะที่ภาพรวมตลาดรวมเบียร์นำเข้าในปีนี้ คาดติดลบ 10% ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี โดยเป็นผลจากปัจจัยลบเรื่องการเมือง การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง รวมถึงเศรษฐกิจโลกซบเซา ทำให้การใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มยุโรปและสหรัฐลดลงตามไปด้วย
สำหรับในช่วงปีใหม่ คาดยอดขายจะเติบโตจากปกติ 3050% ส่วนรายได้รวมของบริษัทในสิ้นปีนี้ คาดว่าจะติดลบ 10% จากปีก่อนที่มียอดขายรวม 100 ล้านบาทหรือคิดเป็นปริมาณ 4 แสนลิตร โดยยอดขายของบริษัทในช่วง 11 เดือนแรกที่ผ่านมาเติบโตลดลง 10%







