
ปตท.อะโรเมติกส์รื้อแผนลงทุน5ปี
หลังหลายโครงการลงทุนไม่คุ้มแย้มปีหน้ากำไรสูงกว่าปีนี้ชัวร์
โพสต์ทูเดย์
— PTTAR ทบทวนแผนลงทุน 5 ปี ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งไม่คุ้มลงทุน คาดปีหน้ากำไรโตกว่าปีนี้นายบวร วงศ์สินอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างการทบทวนแผนการลงทุนในช่วง 5 ปี (25532557) โดยคาดว่าจะได้รับอนุมัติแผนการลงทุนใหม่ภายในเดือน มิ.ย. 2554
สาเหตุที่ต้องทบทวน เพราะว่าโครงการลงทุนผลิตน้ำมันดีเซลชนิดพิเศษที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยในขณะนี้ยังไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน เนื่องจากวัตถุดิบคือปาล์มสดมีราคาที่สูงมาก ทำให้ต้นทุนการผลิตสูง ขณะที่รัฐก็ยังไม่มีความชัดเจนในนโยบายเรื่องไบโอดีเซล จึงขอศึกษาโครงการอีกครั้งว่าจะสามารถใช้วัตถุดิบอื่นมาทดแทนได้หรือไม่ เช่น สบู่ดำ หรือน้ำมันจากสัตว์
บริษัทยังต้องทบทวนโครงการขยายการผลิตโอเลฟินส์ โดยจะต้องหารือกับบริษัทในเครือ ปตท. ว่าจะมีปริมาณโพรพิลีนเหลือพอที่จะนำมาต่อยอดกับการเบนซีนของบริษัทหรือไม่
นอกจากนี้ จะต้องเพิ่มประสิทธิ ภาพการผลิตของโรงอะโรเมติกส์ (AR2, AR3) เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตพาราไซลีนของ AR 2 อีก 3 หมื่นตันต่อปี ส่วน AR3 จะเพิ่มขึ้นอีก 4.5 หมื่นตันต่อปี
“
แผนลงทุนทั้งหมดจะใช้งบลงทุน 358 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นปี 2553 ลงทุนไปแล้วจำนวน 205 ล้านเหรียญสหรัฐ ปี 2554 ตั้งงบไว้ 92 ล้านเหรียญ ส่วนปี 25552557 จะใช้เงินลงทุนปีละ20 ล้านเหรียญ” นายบวร กล่าวสำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2554 คาดว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มมากกว่าปีนี้ เนื่องจากค่าการกลั่นและราคาผลิตภัณฑ์ยังปรับตัวขึ้น ตามการเติบโตของเศรษฐกิจโลก แม้ว่าจะชะลอตัวลงจากปีนี้ และผู้ผลิตใหม่ที่เข้ามาในตลาดก็น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้
“
ปีหน้าคาดว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (สเปรด) พาราไซลีนจะสูงกว่า 400 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากปีนี้อยู่ที่เกือบ 400 เหรียญสหรัฐ/ตัน และสเปรดเบนซีนจะสูงกว่า 200 เหรียญสหรัฐ/ตันดังนั้น ไตรมาส 4 ปีนี้ กำไรของบริษัทน่าจะออกมาดีมาก เนื่องจากราคาน้ำมันสูงขึ้น และมีกำไรจากสต๊อกน้ำมันในระดับสูง
แผนการควบรวมกิจการบริษัทในเครือบริษัท ปตท. (PTT) น่าจะมีความชัดเจนก่อนกลางปีหน้า
ด้านการซื้อขายหุ้นในกลุ่ม ปตท. วันที่ 21 ธ.ค. ราคาปรับตัวขึ้นยกแผง มูลค่าการซื้อขายหนาตา นำโดยหุ้น PTT ปิดที่ 323 บาท บวก 5 บาท หรือ 1.357% โดยมีแรงซื้อวินาทีสุดท้ายกระชากดัชนปิดบวก 6.68 จุด
หุ้นไทยออยล์ (TOP) ปิดที่ 73.75 บาท บวก 1 บาท และมีการซื้อขายรายการใหญ่ (บิ๊กล็อต) จำนวน 1.5 ล้านหุ้น มูลค่า 110.8 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 73.60 บาท และ TOPF จำนวน 1.89 แสนหุ้น มูลค่า 13.90 บาท ราคาเฉลี่ย 73.55 บาท







