posttoday
บัณฑูรประเมิน‘ประชาวิวัฒน์’ไม่พ้นการตลาด

บัณฑูรประเมิน‘ประชาวิวัฒน์’ไม่พ้นการตลาด

22 ธันวาคม 2553

 

โพสต์ทูเดย์ — “บัณฑูร” มอง “ประชาวิวัฒน์” ไม่กระทบทิศทางดอกเบี้ยปีหน้า เชื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมหากรัฐใช้จ่ายเป็น

นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การดำเนินนโยบายประชาวิวัฒน์ของรัฐบาลจะสามารถกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศในปีหน้าได้ แต่รัฐบาลจะต้องมีการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และต้องมีการติดตามประเมินผลการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การรั่วไหลของงบประมาณ และความเหลื่อมล้ำทางรายได้ของประชาชน เพื่อให้เศรษฐกิจภายในประเทศยังหมุนต่อไปได้

สำหรับความกังวลว่านโยบายดังกล่าวจะกดดันให้อัตราเงินเฟ้อในปีหน้ามีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารมีการปรับตามนั้น ซีอีโอกสิกรไทย กล่าวว่า เป็นเพียงทฤษฎีทางการเงิน และไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นเช่นนั้นเสมอไป เพราะการปรับขึ้นดอกเบี้ยต้องพิจารณาจากภาพรวมของเศรษฐกิจเป็นหลัก

“ผมมองว่านโยบายประชาวิวัฒน์ของรัฐบาลไม่มีคำว่าถูกหรือผิด เถียงกันไปก็เท่านั้น เพราะเป็นการทำการตลาดการเมือง ซึ่งทุกรัฐบาลต้องทำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการบริโภคอยู่แล้ว เพียงแค่เปลี่ยนชื่อกันไปเท่านั้น แต่จุดสำคัญอยู่ตรงที่รัฐจะต้องมีวินัยทางการคลังในการใช้จ่ายงบประมาณ ที่จะเป็นตัวชี้วัดว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจเติบโตได้มากน้อยเพียงใด” นายบัณฑูร กล่าว

ทั้งนี้ มาตรการประชาวิวัฒน์ของรัฐบาล ประกอบด้วยการปล่อยสินเชื่ออาชีพไทยเข้มแข็งให้แก่กลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง แท็กซี่ และหาบเร่แผงลอย

รวมทั้งมาตรการลดค่าครองชีพ ทั้งด้านพลังงาน ราคาสินค้าและน้ำมัน พร้อมทั้งขยายสิทธิประกันสังคมไปยังแรงงานนอกระบบจำนวน 24 ล้านคนอีกด้วย

โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จะประกาศมาตรการทั้งหมดอย่างเป็นทางการในวันที่ 9 ม.ค. 2554

สำหรับเศรษฐกิจไทยในปีหน้า นายบัณฑูร คาดว่าจะยังเติบโตอยู่ในระดับปานกลาง เนื่องจากมีธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ควบคุมอยู่ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการส่งสัญญาณที่แสดงว่าระบบยังคงมีเสถียรภาพที่ดีมาโดยตลอด

ในส่วนของสถาบันการเงินคาดว่าจะมีการแข่งขันสูง แต่สินเชื่อโดยรวมจะยังเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือเอ็นพีแอลมากนัก

“ในปีหน้าธุรกิจคงจะแข่งขันสูงเหมือนเดิม สินเชื่อก็ยังโตได้ และจะโตอย่างมีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม เรื่องหนี้เสียก็ยังเป็นโจทย์สำคัญที่จะต้องพยายามลดลง ต้องระวังเพราะความเสี่ยงมีอยู่ตลอดเวลา” นายบัณฑูร กล่าว

นอกจากนี้ การเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558 ก็ถือเป็นโจทย์พื้นฐานสำคัญที่สถาบันการเงินไทยควรจะต้องพัฒนาเพื่อออกไปลงทุนในต่างประเทศ เนื่องจากในปัจจุบันธนาคารในประเทศไทยยังมีเครือข่ายในต่างประเทศไม่มาก ซึ่งอาจส่งผลให้สูญเสียโอกาสในอนาคต

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การทำนโยบายประชาวิวัฒน์ควรดูผลกระทบภาคการคลังด้วย เพราะท้ายที่สุดอยากให้คนยืนได้มากกว่าจะขอความช่วยเหลือเรื่อยไป ซึ่งเท่าที่ดูน่าจะเป็นมาตรการชั่วคราวเพื่อให้คนยืนได้ แต่ในระยะต่อไปต้องดูด้วยว่าควรนำเงินไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นอะไรได้บ้าง อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่านโยบายประชาวิวัฒน์จะช่วยการขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ปีหน้า และช่วยเพิ่มการบริโภคในประเทศหรือไม่ เพราะต้องรอดูในรายละเอียดการทำนโยบายก่อน

“เรื่องนี้จะช่วยให้จีดีพีปีหน้า หรืออุปสงค์ในประเทศปีหน้ามากน้อยแค่ไหน ธปท.ยังไม่ได้ประเมิน เพราะยังต้องดูรายละเอียดการทำก่อน จึงจะบอกได้ว่าจะมีผลต่อเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง” นายประสาร กล่าว

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล