
หุ้นไทยไร้เงา "มกรา-ขาขึ้น"
นักวิเคราะห์ ชี้ ไม่มี "แจนยัวรีเอฟเฟ็กต์" หลังไม่มีปัจจัยหนุนชัดเจน แนะสะสมหุ้นพลังงานและอสังหาก่อนหุ้นกลับมาฟื้นไตรมาส 4
นักวิเคราะห์ ชี้ ไม่มี "แจนยัวรีเอฟเฟ็กต์" หลังไม่มีปัจจัยหนุนชัดเจน แนะสะสมหุ้นพลังงานและอสังหาก่อนหุ้นกลับมาฟื้นไตรมาส 4
น.ส.วราภรณ์ วิบูลคณารักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีซีมิโก้ เปิดเผยในงานสัมมนา “ลุ้นแจนยัวรีเอฟเฟ็กซ์-พิชิตลงทุน-หาหุ้นติดดาว” ว่า แจนยัวรีเอฟเฟกซ์ (January Effects) ไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากไม่มีปัจจัยที่สนับสนุนชัดเจน โดยเฉพาะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ปีนี้มีจุดเปลี่ยนหลายเรื่อง ส่งผลให้ตลาดหุ้นไม่สบายเหมือนปีก่อน ที่แม้เศรษฐกิจจะชะลอตัวแต่ตลาดหุ้นกลับไม่แย่อย่างที่คิด และตลาดได้สะท้อนเชิงบวกไปแล้ว
นายวันชัย ธัญญศิริ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและงานวิจัยทางเทคนิค บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) มองในทิศทางเดียวกันว่า ไม่เกิดแจนยัวรีฯ เพราะทางเทคนิคการเกิดกรณีนี้ดัชนีหุ้นต้องปรับขึ้นในระดับที่ 80-90 จุดขึ้นไป แต่ตอนนี้หุ้นไทยปรับขึ้นไม่เกิน 10 % ประกอบกับสถิติรอบ 20 ปีพบว่าเกิดแจนยัวรีฯ เพียง 14 ครั้งเท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องเกิดทุกปี
ทางตรงข้าม นางวชิราลักษณ์ แสงเลิศศิลปชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนิตี้ มองว่า ยังพอมีลุ้นที่จะเกิดได้แต่อาจไม่แรงมาก เพราะปกติช่วงการเกิดจะอยู่ระหว่าง 15 พ.ย.-15 ม.ค. แต่เมื่อปีที่ผ่านมานักลงทุนโดยเฉพาะสถาบันเริ่มปรับพอร์ตชัดเจนตั้งแต่ 15 ธ.ค. ซึ่งกรอบระยะเวลาการเกิดก็น่าจะเลื่อนไปถึงกลางเดือน ก.พ. ได้
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองในทิศทางเดียวกันว่า หากดัชนีเริ่มปรับตัวในช่วงปลายไตรมาส 1 ถือเป็นจังหวะที่เข้าสะสมหุ้นที่ล้อกับภาวะที่เศรษฐกิจกำลังจะฟื้นตัว อาทิ กลุ่มพลังงานที่ได้แนวโน้มทิศทางราคาน้ำมันปรับตัว โดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่น เพราะไม่มีปัจจัยลบอย่างด้านปิโตรเคมีที่มีความเสี่ยงจากกำลังการผลิตที่รอเข้ามาในตลาด ซึ่งปกติช่วงขาลงโรงกลั่นส่วนใหญ่จะถือโอกาสปิดซ่อมบำรุงเพื่อรองรับขาขึ้น เช่น บริษัท ปตท. อะโรเมติกส์และการกลั่นบริษัท (PTTAR) บริษัท ไทยออยล์ (TOP) และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เพราะมีการชัดเจนในการแก้ไขปัญหาในมอนทารา อีกทั้งราคาหุ้นปีที่ผ่านมายังขึ้นมาต่ำ
นอกจากนั้น กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้างที่คาดว่าจะได้รับปัจจัยการสนับสนุนของนโยบายภาครัฐต่อในบางโครงการ เช่น บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท (PS) เพราะมียอดขายที่แข็งแรง มีจุดแข็งที่ระบบควบคุมต้นทุนและเวลาการก่อสร้างที่ดี และ บริษัท เอเชี่ยนพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ (AP) ที่มีจุดแข็งในการหาทำเลก่อสร้างที่ดี







