posttoday
ลงทุนปัจจัยหลักขับเคลื่อนศก.ปีหน้า

ลงทุนปัจจัยหลักขับเคลื่อนศก.ปีหน้า

21 ธันวาคม 2553

เชื่อมั่นลงทุนปีหน้าเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนจากภาคเอกชน คาดปีหน้าเป็นปีของการลงทุนจากญี่ปุ่นอีกครั้งในกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี หลังเงินเยนแข็งค่า และเศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตน้อย

เชื่อมั่นลงทุนปีหน้าเป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนจากภาคเอกชน คาดปีหน้าเป็นปีของการลงทุนจากญี่ปุ่นอีกครั้งในกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี หลังเงินเยนแข็งค่า และเศรษฐกิจญี่ปุ่นเติบโตน้อย

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันวิทยาการเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยภายในงานเสวนาวิชาการ เรื่อง “ทิศทางการลงทุนกับมิติใหม่ของเศรษฐกิจไทยในปี 2554” ว่า ในปี 2554 การลงทุนจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการลงทุนจากภาคเอกชนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 5.9% จากปีนี้ ส่วนการลงทุนจากภาครัฐจะขยายตัวลดลงเหลือ 1.7% ของงบประมาณ เนื่องจากในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมาเอกชนมีการชะลอการลงทุนไป ขณะที่รัฐบาลขยายการลงทุนค่อนข้างมาก แต่เมื่อเศรษฐกิจขยายตัวภาคเอกชนจะกลับมาลงทุนเพิ่มอีกครั้ง โดยแนวโน้มการลงทุนจะมีทิศทางการลงทุนที่ควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะมีการขยายตัวจากการบริโภคในประเทศ การปรับขึ้นเงินเดือนของข้าราชการ การประกันรายได้เกษตรกร และการที่ราคาสินค้าเกษตรมีทิศทางที่สูงขึ้น จะเพิ่มโอกาสให้การบริโภคจากฐานรากปรับตัวสูงขึ้น  ซึ่งจะส่งผลให้มีการลงทุนภายในประเทศมากขึ้นตามไปด้วย

“เศรษฐกิจโดยรวม (จีดีพี) ในปีหน้าน่าจะขยายตัวได้ที่ระดับ 4-4.5% เนื่องจากการลงทุนที่ขยายตัว และการส่งออกที่จะขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากปีนี้ เพราะไทยสามารถขยายการส่งออกมายังตลาดจีน เกาหลี อาเซียนและตะวันออกกลางได้มากขึ้น จึงยังทำให้การส่งออกยังจะขยายตัวได้อยู่

นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือซีเมนต์ไทย (เอสซีจี) กล่าวว่า การลงทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีหน้า และน่าจะช่วยดึงให้จีดีพีขยายตัวได้ในระดับสูง ประมาณ 5% ประกอบกับประคองเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ โดยในปีหน้าคาดการณ์ว่าสถานการณ์ในเมืองไทยน่าจะเรียบร้อย ความเชื่อมั่นด้านการลงทุนจะกลับมา และจะเป็นยุคของการลงทุนจากญี่ปุ่นอีกครั้ง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) มูลค่าธุนรกิจมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท เนื่องจากขณะนี้เงินเยนแข็งค่า เศรษฐกิจภายในประเทศของญี่ปุ่นไม่เติบโตเท่าที่ควร บริษัทญี่ปุ่นจึงต้องหาแหล่งการลงทุนใหม่

“การที่ญี่ปุ่นเลือกที่จะเข้ามาลงทุนในไทย เนื่องจากญี่ปุ่นมีความคุ้นเคยกับไทยอยู่แล้ว การเข้ามาลงทุนในไทยจึงเป็นทางเลือกที่ดี และในอนาคตก็จะขยายการลงทุนไปยังประเทศอื่นๆ แต่ปัญหาการเมืองต้องอยู่ในขอบเขต” นายกานต์ กล่าว

นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า การลงทุน.ในปี 2554 น่าจะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี2553 ที่ระดับ 4 แสนล้านบาท  โดยอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ กลุ่มอาหารแปรรูป ยานยนต์ และชิ้นส่วน เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การผลิตพลังงานไฟฟ้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท