
ครส.มีมติให้รับ พนง.การรถไฟฯ กลับทำงาน
ครส.มีมติ 5 ต่อ 4 รับ 6 พนง.การรถไฟฯ ที่ถูกไล่ออก กลับทำงาน หลังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหยุดเดินรถไฟสายใต้ เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา
ครส.มีมติ 5 ต่อ 4 รับ 6 พนง.การรถไฟฯ ที่ถูกไล่ออก กลับทำงาน หลังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหยุดเดินรถไฟสายใต้ เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา
นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (ครส.) กล่าวภายหลังการประชุม ครส. พิจารณากรณีพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย 6 คน ที่ถูกไล่ออก หลังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหยุดเดินรถไฟสายใต้ เมื่อเดือนตุลาคม ปีที่ผ่านมา ว่า การพิจารณาล่าช้า เนื่องจากมีเอกสารจำนวนมาก ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างมีความเห็นที่ขัดแย้งกัน และใช้เวลาในการพิจารณาถึง 3 ครั้ง จึงจำเป็นต้องลงมติ ซึ่งมติของคณะกรรมการฯ เห็นว่า คำสั่งไล่ออกของการรถไฟแห่งประเทศไทยมิชอบ โดยมีคะแนนเสียง 5 ต่อ 4 เสียง ซึ่งคะแนนเสียงทั้ง 5 มาจากลูกจ้างทั้งหมด สำหรับฝ่ายราชการและนายจ้างมีเพียงฝ่ายละ 2 เสียงเท่านั้น ส่วนคณะกรรมการที่เหลือติดภารกิจ ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้
อย่างไรก็ตาม ครส.จะออกหนังสือเพื่อให้การรถไฟแห่งประเทศไทยปฏิบัติตามมติในการรับพนักงานทั้ง 6 กลับเข้าทำงาน ซึ่งการรถไฟฯมีระยะเวลาในการพิจารณารับกลับจำนวน 30 วัน ทั้งนี้ เชื่อว่ากระบวนการทั้งหมดยังไม่เสร็จสิ้น หากการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ยอมรับมติของ ครส. ก็สามารถยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อเพิกถอนคำสั่งได้ ซึ่งมติของ ครส.จะนำไปประกอบการพิจารณาของศาลแรงงานต่อไป
ด้านนายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสหภาพแรงงานการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มติ ครส.ที่ออกมาสะท้อนให้เห็นว่า สิ่งที่พนักงานทำลงไปเป็นการต่อสู้เพื่อประชาชนจริงๆ หลังจากนี้ แม้ รฟท.จะมีสิทธิตามกฎหมายที่จะนำเรื่องไปฟ้องต่อศาลแรงงานเพื่อให้ชี้ขาดได้อีกครั้ง แต่อยากให้ชะลอเรื่องดังกล่าวไว้ และใช้โอกาสนี้ หันมาทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้น เพื่อดูว่าพนักงานมีเจตนาทำเพื่อความปลอดภัยของประชาชนจริงหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้นก็ไม่ควรยื่นเรื่องฟ้องศาลอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้การทำงานระหว่างผู้บริหารและพนักงานหลังจากนี้ มีความเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น







