
ปตท. รุกความช่วยเหลือ ต่อ “ลมหายใจเดียวกัน” สู่ประชาชน
นับตั้งแต่ปลายปี 2562 ประเทศไทยประสบกับวิกฤตนานัปการจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเกินความคาดหมาย จนนำไปสู่การขาดแคลนทรัพยากรทางการแพทย์ โดยเริ่มจากหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ ชุด PPE ป้องกันการติดเชื้อ เครื่องช่วยหายใจ เตียงผู้ป่วย ตลอดจนมาตรการล็อกดาวน์ที่ก่อให้เกิดข้อจำกัดในการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพและรายได้ของประชาชนอย่างหนัก
ท่ามกลางความวิกฤต ภาคเอกชนต่างเร่งขับเคลื่อนความช่วยเหลือมาสู่ประชาชน ด้วยการระดมทรัพยากร รวมไปถึงความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม เพื่อช่วยผ่อนคลายสถานการณ์อันยากลำบาก และเร่งให้ประเทศก้าวสู่พื้นที่ปลอดภัยได้โดยเร็ว กลุ่ม ปตท. ก็เช่นกัน ในฐานะผู้นำด้านพลังงาน ได้ส่งมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชนด้วยการจัดหาแอลกอฮอล์สำหรับทำความสะอาด โดยบริจาคให้หน่วยงานต่างๆ รวมแล้วกว่า 1,124,851 ลิตร
การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ของประเทศไทยในปัจจุบัน ส่งผลให้มีผู้ป่วยรายใหม่และผู้เสียชีวิตประจำวันเพิ่มขึ้นทุกวัน มีผู้ป่วยสะสม ณ วันที่ 23 กรกฎาคม 2564 ที่ 467,707 โดยเป็นผู้ป่วยวิกฤตที่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจถึง 900 คน และไม่มีแนวโน้มว่าจะคลี่คลายลง แม้รัฐบาลจะได้ประกาศล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวพื้นที่สีแดงเข้มแล้วก็ตาม
เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมในการรับมือกับยอดจำนวนผู้ป่วยที่พุ่งขึ้น และเร่งสนับสนุนการกระจายฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมทั่วประเทศให้รวดเร็วที่สุด กลุ่ม ปตท. จึงได้ริเริ่มโครงการ “ลมหายใจเดียวกัน” โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยต่อลมหายใจของประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยการมอบเครื่องช่วยหายใจสำหรับผู้ป่วยวิกฤต (ICU Ventilator) และเครื่องให้ออกซิเจนอัตราไหลสูง (High-Flow Nasal Oxygen) รวมจำนวนกว่า 370 เครื่อง พร้อมทั้งมอบเงินสนับสนุนการจัดซื้อออกซิเจนเหลว (Liquid Oxygen) เพื่อใช้ร่วมกับเครื่องช่วยหายใจ ให้แก่ โรงพยาบาลในพื้นที่วิกฤตและมีความจำเป็นเร่งด่วนกว่า 77 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทั้งสนับสนุนการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม 7 แห่ง
สำหรับความช่วยเหลือในด้านวัคซีน กลุ่ม ปตท. ให้การสนับสนุนโครงการ “หน่วยบริการฉีดวัคซีน COVID-19 เชิงรุก” โดยจัดพื้นที่ให้บริการฉีดวัคซีนและวางระบบดิจิทัลให้แก่หน่วยบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 เคลื่อนที่ ของกรุงเทพมหานคร 4 พื้นที่ด้วยกัน คือ โรงเรียนบางเขน (ไว้สาลีอนุสรณ์) เขตหลักสี่ วัดสุนทรธรรมทาน เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย สนามกีฬาเวสน์ 2 เขตดินแดง และโกดังสเตเดียม เขตคลองเตย
กลุ่ม ปตท. ยังได้นำความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมและผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. มาพัฒนานวัตกรรมเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยความดันลบ สร้างห้องความดันลบสำหรับผู้ป่วยให้โรงพยาบาลต่างๆ และวิจัยพัฒนาชุดตรวจคัดกรองของสถาบันวิทยสิริเมธี เพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยและฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ประเทศได้ขับเคลื่อนต่อไป
ในช่วงสถานการณ์อันยากลำบากนี้ มีองค์กรหลายแห่งในประเทศไทยต้องระงับหรือชะลอแผนการดำเนินงานที่ได้ตั้งไว้ และหลายบริษัทต้องปิดกิจการหรือหยุดจ้างงานเพื่อประคองให้ธุรกิจหรือกิจการต่างๆ อยู่รอดต่อไป กลุ่ม ปตท. เล็งเห็นว่า ความช่วยเหลือในการจ้างงานเป็นส่วนสำคัญที่ช่วย “ต่อลมหายใจ” ให้กับประชาชน จึงริเริ่มโครงการ “Restart Thailand” เพื่อสร้างงานกว่า 25,000 อัตรา ให้กับนักศึกษาจบใหม่และกลุ่มผู้ตกงาน รวมไปถึงการมอบถุงยังชีพและสนับสนุนสินค้าจากวิสาหกิจชุมชนเพื่อช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ โดยการใช้เครือข่ายธุรกิจด้าน Life Science ของ ปตท. ที่ได้ก่อตั้งขึ้นเพื่อสร้างความมั่นคงในอุตสาหกรรมยาของประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า ต่อยอดการวิจัยและพัฒนาวัตถุดิบทางยา เพื่อให้ไทยสามารถผลิตยาได้อย่างครบวงจร โดยเฉพาะยาที่มีความจำเป็นต้องใช้เร่งด่วน พร้อมนำเข้ายาต้านไวรัสเรมเดซิเวียร์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดระลอกใหม่นี้
ในส่วนของพนักงาน กลุ่ม ปตท. มีนโยบายสนับสนุนให้พนักงานปฏิบัติงานที่บ้าน (Work from Home) เพื่อความปลอดภัยของพนักงานและครอบครัว สำหรับพนักงานในส่วนปฏิบัติการที่ยังต้องปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อดูแลความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ในช่วงสภาวะวิกฤต ปตท. ก็ได้ดูแลจัดที่พักอาศัย รวมถึงการจัดวัคซีนทางเลือกให้พนักงาน เพื่อลดภาระของรัฐบาลอีกด้วย
ท่ามกลางสถานการณ์ที่กำลังเผชิญ กลุ่ม ปตท. พร้อมสนับสนุนและเคียงข้างบุคลากรทางการแพทย์ คนไทย และประเทศชาติ ให้ก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันโดยเร็ว เพราะเรามี “ลมหายใจเดียวกัน”
FB/Twitter: ปตท. ต่อสัญญาณชีพ เติมความสนับสนุนทางการแพทย์ มุ่งหน้าฝ่าวิกฤตผ่านโครงการ “ลมหายใจเดียวกัน”







