
โรงหนังจ๋อยปีนี้หนังทำเงินน้อย
เมเจอร์-เอสเอฟฯหวังปีหน้า ฟอร์มยักษ์จ่อคิวฉายปั่นยอด
โพสต์ทูเดย์
— โรงหนังไตรมาสสุดท้ายฝืด หวังปีหน้าฉลุย เมเจอร์เอสเอฟฯ ลงทุนขยายสาขานายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เปิดเผยว่า ธุรกิจภาพยนตร์ไตรมาส 4 ไม่ค่อยดีนัก โดยเฉพาะช่วงเดือน ต.ค.พ.ย. 2553 เนื่องจากภาพยนตร์ที่เข้าฉายไม่ทำเงิน โดยเฉพาะภาพยนตร์ไทย อาทิ กระดึ๊บ ทำรายได้ไม่เป็นไปตามเป้า แต่เดือน ธ.ค.เริ่มดีขึ้น เชื่อว่าทั้งปีอุตสาหกรรมภาพยนตร์จะเติบโตได้ โดยเมเจอร์คาดว่าจะเติบโต 10% ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
สำหรับสถานการณ์ในปีหน้าคาดว่าจะเป็นปีทองของอุตสาห กรรมโรงภาพยนตร์ เนื่องจากมีภาพยนตร์ต่างประเทศฟอร์มใหญ่หลายเรื่อง อาทิ ทไวไลต์ ภาคสุดท้าย ไพเรต ออฟ ดิ คาริบเบียน ภาค 4 ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส ภาค 3 แฮร์รี่ พอตเตอร์ เข้าฉาย โดยคาดว่ารายได้ของภาพยนตร์ต่างประเทศจะเติบโตกว่า 30%
ขณะที่ภาพยนตร์ไทยนั้น คาดว่าจะมีเข้าฉายไม่ต่ำกว่า 5060 เรื่อง ซึ่งใกล้เคียงกับปีนี้ และคาดว่าจะมีหนังทำเงินเกิน 100 ล้านบาท หลายเรื่อง เช่น ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 3และ 4 ที่จะช่วยขยับสัดส่วนรายได้จาก 45% เป็นมาก กว่า 50% ของมูลค่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ 4,000 บาท
สำหรับเมเจอร์ ปีหน้าเตรียมงบลงทุนอีกราว 1,000 บาท แบ่งออกเป็น ลงทุนในต่างประเทศ (อินเดีย) 300360 ล้านบาท ขยายโรงภาพยนตร์เพิ่ม 4050 แห่ง และอีก 600 ล้านบาท สำหรับลงทุนในไทย ซึ่งมีทั้งการปรับปรุงโรงเดิมจำนวน 370 แห่ง ให้เป็นโรงดิจิตอล 3040 แห่ง จากที่มีอยู่ 36 โรง
นายสุพัฒน์ งามวงศ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้ กล่าวว่า ธุรกิจโรงภาพยนตร์ไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ต่ำกว่าที่คาดไว้ เนื่องจากภาพยนตร์หลายเรื่องไม่ทำเงิน ทำให้ภาพรวมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศไทยปีนี้น่าจะเติบโตไม่ถึง 10% หรือมีมูลค่ารวมประมาณ 3,600 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว
“
แม้จะมีปัญหาการเมืองในช่วงเม.ย.พ.ค. แต่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ดีมาโดยตลอด มาลดลงในช่วงไตรมาสสุดท้าย เป็นเพราะภาพยนตร์บางเรื่องไม่ทำเงินตามที่คาดไว้ ประกอบกับตำนานสมเด็จพระนเรศวรเลื่อนฉายไปปีหน้า” นายสุพัฒน์กล่าวอยงไรกตม อย่างไรก็ตาม คาดว่าในปีหน้าอุตสากรรมภาพยนตร์จะเติบโต 20% จากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทั้งไทยและเทศที่เข้าฉาย ทำให้บริษัทวางแผนจะขยายโรงภาพยนตร์เพิ่มขึ้นอีก 23 สาขา อาทิ สาขาศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 จำนวน 8 โรง หลังจากปีที่ผ่านมาได้เปิดสาขาเดียวคือ โรบินสัน จ.ตรัง จำนวน 3 โรง เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจโรงภาพยนตร์ในปีหน้า
สำหรับโรงภาพยนตร์เอส เอฟฯ ปีนี้ยอดจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์เพิ่มขึ้น 15% หรือคิดเป็นมูลค่ารวม 1,3001,400 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 30% จากมูลค่าธุรกิจโรงภาพยนตร์โดยรวม ทั้งนี้การขยายตัวที่เพิ่มขึ้นมาจากการจัดกิจกรรมการตลาด โปรโมชั่นต่าง ๆ กับพันธมิตรทางธุรกิจตลอดปี ล่าสุดจับมือกับมาสเตอร์การ์ด ให้ชมภาพยนตร์ฟรี 5,000 ที่นั่ง เมื่อซื้อบัตรชมภาพยนตร์เอส เอฟฯ ผ่านแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือระบบไอโฟนและแอนดรอย
นายสุพัฒน์ กล่าวว่า







