
จ่ายสปส.แพงกว่าประกัน
โพสต์ทูเดย์
— ทีดีอาร์ไอชำแหละดึงแรงงานนอกระบบเข้าประกันสังคมโดยให้จ่ายเดือนละ 180 บาท แพงไป สิทธิประโยชน์น้อยเมื่อเทียบการซื้อประกันน.ส.วรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ผู้อำนวยการด้านวิจัยหลักประกันสังคม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยถึงนโยบายการดึงแรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบประกันสังคม หรือเป็นผู้ประกันมาตรา 40 ภาคสมัครใจ ด้วยการลดอัตราการจ่ายเงินสมทบจากเดือนละ 280 บาท เหลือเดือนละ 100180 บาท ว่า สิทธิประโยชน์ที่รัฐให้แรงงานนอกระบบไม่จูงใจให้แรงงานนอกระบบเข้ามาสู่ระบบประกันสังคม เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันภัยเอกชนจะพบว่าจ่ายสิทธิประโยชน์ที่สูงกว่า หรือใกล้เคียงกว่า อีกทั้งยังได้รับสิทธิทันทีที่สัญญาทำประกันกับบริษัทเอกชน
นอกจากนี้ เงื่อนไขในการจ่ายสิทธิประโยชน์ของประกันชีวิตนั้น แตกต่างจากการประกันสังคมอย่างเห็นได้ชัด เพราะกำหนดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาส่งเงินสมทบเข้าประกัน สังคมก่อน 636 เดือน จึงจะได้สิทธิประโยชน์
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลช่วยจ่ายเงินสมทบให้ครึ่งหนึ่ง หรือ 90 บาท และแรงงานนอกระบบจ่ายเงิน 90 บาท ก็ถือว่าจูงใจให้แรงงานนอกระบบเข้ามาสู่ระบบได้ ดังนั้นรัฐบาลอาจต้องหาแนวทางจัดการกลุ่มแรงงาน ซึ่งอาจให้จับกลุ่มกันเพื่อจะได้เบี้ยในอัตราที่ถูกลงและกระจายความเสี่ยงได้ รัฐบาลไม่ต้องเสียงบประมาณการบริหารการจัดการ เพราะหากการประกันแรงงานนอกระบบเป็นภาคสมัครใจนั้น จะทำให้มีแต่คนที่มีความเสี่ยงเข้ามาสู่ระบบ เพราะมองเห็นถึงประโยชน์ที่จะได้
ทั้งนี้ จากการสำรวจอัตราเบี้ยประกันภัยที่ซื้อจากเอกชนค่าเบี้ยประกัน 2,0002,500 บาทต่อปี ให้สิทธิประโยชน์ความคุ้มครองการรักษาพยาบาล 58 หมื่นบาท ชดเชยรายได้ระหว่างพักรักษาวันละ 800 บาท และกรณีเสียชีวิตได้เงินชดเชย 2 แสนบาท กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุได้เงินชดเชย 45 แสนบาท ซึ่งสูงกว่าสิทธิประโยชน์ประกันสังคมจะจ่ายให้แก่ผู้ออมเงิน
&<2288;
โดยหักเงินสมทบกรณีชราภาพ 100 บาทออก และให้สิทธิประโยชน์ 3 กรณี คือ ชดเชยกรณีพักรักษาตัวในโรงพยาบาลครั้งละไม่เกิน 1,000 บาท ปีละไม่เกิน 2 ครั้ง และกรณีเสียชีวิตจะจ่ายให้ 100 เท่าของค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ ( 206,000 บาท) และไม่ได้สิทธิประโยชน์การรักษาพยาบาล ซึ่งจะต้องมาใช้สิทธิระบบหลักประกันถ้วนหน้า
ทั้งนี้หากเก็บเงินสมทบ 180 บาท (180 X12 = 2,160) สามารถซื้อประกันภัยจากเอกชนที่ได้สทิธิประโยชน์ความคุ้มครองที่สุงกว่าสิทธิที่ประกันสังคมให้อีก และสามารถที่จะเลือกที่จะรักษาพยาบาลโรงพยาบาลใดก็ได้
จากการสำรวจอัตราเบี้ยประกันภัยที่ซื้อจากเอกชนค่าเบี้ยประกัน 2,0002,500 บาทต่อปีให้สิทธิประโยชน์ความคุ้มครองการรักษาพยาบาล 50,00080,000 บาท ชดเชยรายได้ระหว่างพักรักษาวันละ 800 บาท และกรณีเสียชีวิตได้เงินชดเชย 2 แสนบาท กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุได้เงินชดเชย 45 แสนบาท ซึ่งสูงกว่าสิทธิประโยชน์ประกันสังคมจ่าย
และหากเทียบกับการโครงการมอเตอร์ไซด์ยิ้มของรัฐบาลเสียค่าเบี้ยประกันปีละ 500 บาทได้สิทธิประโยชน์คุ้มครองกรณีเสียชิวตหรือทุพพลภาพได้เงินสูงสุด 100,000 บาท และชดเชยค่ารักษาพยาบาล 300 บาท สูงสุด 30วัน







