
ธรรมนูญครอบครัวควรมีหรือไม่ควรมี (ต่อ)
...กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์.
ฉบับที่แล้ว ผมได้เขียนถึงโครงร่างของธรรมนูญครอบครัว 3 ข้อไปแล้ว บทความตอนนี้ จะอธิบายถึงโครงร่างที่เหลือ
4. องค์ประกอบของสภาครอบครัว (Family Council)
มีการกำหนดว่าใครบ้างที่จะอยู่ในสภาครอบครัวเพราะสมาชิกในครอบครัวอาจไม่ใช่เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทก็ได้ ใครเป็นกรรมการสภาครอบครัว กำหนดกลไกในการประกอบการประชุมกรรมการและสมาชิก กระบวนการตัดสินใจควรจะได้รับความเห็นชอบ (Consent) มากกว่าการลงคะแนนโดยเฉพาะในเรื่องสำคัญๆ
การที่จะกำหนดบทบาทของสภาครอบครัวในธุรกิจและความเกี่ยวข้องกับสมาชิกในครอบครัวต่างๆ ทั้งส่วนตัวและในแง่ของธุรกิจและการมีที่ปรึกษาของสภาครอบครัว การพบปะพูดคุยของสภาครอบครัวเท่ากับเป็นการส่งเสริมให้มีการสื่อสารกันมากขึ้น ซึ่งก็คือ C หนึ่งคือ Communication ซึ่งเป็น C ตัวหนึ่งที่สำคัญของธุรกิจครอบครัว
5. สิทธิหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัว
กำหนดสิทธิหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัวว่าจะมีสิทธิหน้าที่เช่นไรในการที่จะรับสิทธิประโยชน์โดยสมาชิกต้องมีหน้าที่ตามที่กำหนด เช่น หน้าที่ ต้องรักษาผลประโยชน์ของธุรกิจครอบครัว หน้าที่ ศึกษาอบรม สิทธิที่จะได้เป็นผู้บริหารหรือพนักงาน สิทธิได้รับความช่วยเหลือจากบริษัทครอบครัวหรือกงสีหรือสมาคม (ถ้ามี) ในการประกอบธุรกิจของครอบครัวหรือยามที่สมาชิกประสบความยุ่งยากทางการเงิน
6. คณะกรรมการของบริษัทในครอบครัว
คณะกรรมการของสภาครอบครัวหรือสมาชิกครอบครัวมีสิทธิเสนอชื่อหรือสรรหาสมาชิกในครอบครัวเพื่อเป็นกรรมการในบริษัทที่ประกอบการในธุรกิจครอบครัวโดยการมีขั้นตอนในการกำหนดคุณสมบัติหรือคัดเลือกว่าผู้ใดเข้าไปเป็นกรรมการธุรกิจในครอบครัวและมีการประเมินผลงาน วาระการดำรงตำแหน่ง มีการเกษียณอายุหรือไม่ การพิจารณาค่าตอบแทนจากผลงาน
7. การจัดความเป็นเจ้าของธุรกิจของครอบครัว
เรื่องการจัดสรรหุ้นในกลุ่ม สมาชิกในครอบครัวรวมทั้งข้อจำกัดในการโอนหุ้น การโอนหุ้นจากรุ่นสู่รุ่นจะทำอย่างไร ควรแบ่งกลุ่มเช่นใด โดยกรณีนี้อาจจะอยู่ในข้อบังคับ สัญญาระหว่างผู้ถือหุ้น และธรรมนูญครอบครัวด้วย
8. เงินปันผลและนโยบายการจ่ายเงินปันผล
ต้องมีการกำหนดนโยบายเรื่องเงินปันผลให้ชัดเจนเพื่อสมาชิกที่เป็นผู้ถือหุ้นและวางแผนการเงินได้ ที่จะต้องกำหนดกฎเกณฑ์ว่าเงินปันผลที่ได้รับมาจากธุรกิจครอบครัว จะนำมารวมเป็น
“กงสี” หรือ “บริจาคเข้าสมาคม” เพื่อนำมาจัดสรรผลประโยชน์ให้สมาชิกในครอบครัวหรือให้สร้างความมั่งคั่งให้ธุรกิจครอบครัวโดยนำไปใช้จ่ายเพื่อเป็น “กองทุนครอบครัว” หรือช่วยเหลือสมาชิกในครอบครัวแล้วแต่กรณี9. เงินกองทุนครอบครัวหรือเงินกงสี
เมื่อได้เงินปันผลมาจะนำเงินปันผลเข้าสู่กองทุนของครอบครัวในรูปเงินกงสีหรือบริจาคให้สมาคมไปใช้จ่ายหรือลงทุนเพื่อให้มีดอกผลเพิ่มเติม มีการกำหนดว่ามีกรณีไหนบ้างที่การนำเงินไปใช้ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการของครอบครัวหรือ
“กงสี” หรือสมาคมเพื่อจะไปช่วยเหลือสมาชิกในครอบครัวที่ไม่ประสงค์ทำธุรกิจของครอบครัว หรือบางคนจะต้องไปทำงานการเมืองหรือเป็นเงินลงทุนให้แก่สมาชิกในครอบครัวที่อาจขยายกิจการไปลงทุนในกิจการอื่นๆ (ที่ไม่ขัดแย้งกับธุรกิจครอบครัว) โดยเงินดังกล่าวอาจเป็นรูปเงินกู้ เงินให้เปล่า หรือเงินลงทุนในหุ้น10. จัดตั้งหน่วยงานให้คำปรึกษาของสมาชิกในครอบครัว
ธุรกิจครอบครัวขนาดใหญ่ควรจะมีหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือสมาชิกในครอบครัว ทั้งการเงิน การลงทุน กฎหมาย บัญชี เพื่อจะให้สมาชิกในครอบครัวสามารถรักษาความมั่นคงจากการลงทุน และมีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ให้ธุรกิจครอบครัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการให้ความรู้ ให้คำปรึกษา รวมทั้งช่วยเหลือในการจัดเตรียมเอกสารกฎหมาย ภาษีต่างๆ การตรวจสอบบัญชี เพื่อช่วยเหลือสมาชิกครอบครัวที่มีธุรกิจหน้าที่ในการปฏิบัติงานได้โดยมืออาชีพมาช่วยเหลือ
ทั้งนี้ อาจใช้
“บริษัทโฮลดิ้ง” หรือ “สมาคม” เป็นผู้จัดหาที่ปรึกษามืออาชีพหลายๆ ด้านมาให้คำปรึกษาแก่สมาชิกในครอบครัวร่วมด้วยและยังอาจทำหน้าที่ในการกำกับดูแลข้อตกลงของสมาชิกในครอบครัวให้อยู่ในกฎเกณฑ์ เช่น เรื่องผลประโยชน์






