
กรมชลฯแนะยกปัญหาน้ำท่วมเมืองเป็นวาระชาติ
อธิบดีกรมชลประทานแนะยกปัญหาน้ำท่วมเมืองเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้มีการบูรณาการการแก้ปัญหา
อธิบดีกรมชลประทานแนะยกปัญหาน้ำท่วมเมืองเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อให้มีการบูรณาการการแก้ปัญหา
นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงกรณีที่นักวิชาการระบุว่าน้ำจะท่วมกทม.ใน 10 ปีข้างหน้าว่า มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เนื่องจากปัญหาแผ่นดินทรุด น้ำทะเลหนุน และน้ำเหนือจากปริมาณน้ำฝนที่มาจากสภาวะอากาศแปรปรวน ซึ่งเรื่องนี้แนวทางการแก้ไขจะต้องทำแบบบูรณาการเพราะเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานทั้งกระทรวงเกษตรฯ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ กระทรวงคมนาคม มหาดไทย ซึ่งขณะนี้ทำงานตามภาระกิจของหน่วยงาน ฉะนั้นเพื่อให้มีการวางแผนแก้ไขปัญหาที่ถาวรต้องมีคณะทำงานที่เป็นผู้บูรณาการทั้งหมด และยกเป็นวาระแห่งชาติ โดยเฉพาะโครงการสร้างประตูน้ำกั้นแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีการพูดถึงกันมานานแต่ยังไม่มีใครนำขึ้นเวทีหารือ
"ปัญหาที่จะต้องทำเบื้องต้นคือการลดปริมาณน้ำที่ผ่าน จังหวัดภาคกลาง 2 ฝั่งเจ้าพระยา ไล่มาตั้งแต่ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กทม. และสมุทรปราการ ซึ่งการตัดยอดน้ำที่ผ่านมากรมชลฯเคยมีการศึกษาโครงการไว้เช่น การขุดคลองชัยนาท- ป่าสัก ที่ตัดยอดน้ำจากเหนือเขื่อนเจ้าพระยาชัยนาท ไปออกทะเล หากมีการอนุมัติโครงการ สร้าง 3 ปีเสร็จ ลดปริมาณน้ำที่ท่วมทุ่มเจ้าพระยาตะวันออก โครงการขุดแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งที่ 2 ไจก้าศึกษาไว้ เพื่อตัดน้ำจากแม่น้าเจ้าพระยาไปออกทะเลตะวันออก ปัจจุบัน ยังไม่มีการนำมาพูดถึง ซึ่งกรมชลฯเห็นว่าหากรัฐบาลมีนโนบายที่จะทำ ควรสร้างไปพร้อมกับโครงการวงแหวนตะวันออกของกระทรวงคมนาคมเพื่อลดปัญหาด้านที่ดิน โครงการเช่าแก้มลิงในภาคกลาง ปัจจุบันมีปัญหาด้านกฏหมาย หากทำได้สามารถดำเนินการและใช้ได้ภายใน 1 ปี โครงการเขื่อนแม่วงศ์ จ.นครสวรรค์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในการศึกษาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม หากผ่านและสร้างได้ 5 ปีก็จะแล้วเสร็จ ซึ่งกรณีเขื่อนแม่วงค์ ทำได้จะลดปริมาณน้ำที่ไหลลงเจ้าพระยามาเนื่องจากกรณีน้ำท่วมปี 53 มาจากปริมาณน้ำจำนวนมหาศาลจากลุ่มน้ำแม่ปิง"นายชลิตกล่าว
นายชลิตกล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่อยากให้ทุกคนมองกรณีน้ำท่วมในประเทศไทยเป็นกรณีตัวอย่างเพราะหากน้ำมากมากแต่ไม่มีทางไปเพราะไม่มีการวางผังเมือง และการสร้างบ้านเรือน และสร้างสิ่งกีดขวางทางน้ำ โดยเฉพาะในกทม.จะเกิดวิกฤติในระดับใด ซึ่งกรณีการจะสร้างพนังกั้นน้ำทุกจังหวัดจะส่งผลให้น้ำมีการยกระดับตัวสูงขึ้นและไปท่วมพื้นที่อื่นที่ต่ำกว่า สุดท้ายทุกจังหวัดก็ต้องสร้างพนังกั้นน้ำเป็นป้อมป้องกันจังหวัดตัวเอง







