posttoday
TUFเผยกลยุทธ์ปี54หลังผนึกMWB

TUFเผยกลยุทธ์ปี54หลังผนึกMWB

20 ธันวาคม 2553

TUF เผยสูตรปีหน้า หลังเข้าดำเนินงานใน MW Brands (MWB) เน้นเชื่อมโยงเครือข่ายการจัดการด้าน Supply Chain ทั้งระบบ พร้อมกับปรับฐานการผลิตและฐานการตลาดให้เหมาะสมในแต่ละภูมิภาค

TUF เผยสูตรปีหน้า หลังเข้าดำเนินงานใน MW Brands (MWB) เน้นเชื่อมโยงเครือข่ายการจัดการด้าน Supply Chain ทั้งระบบ พร้อมกับปรับฐานการผลิตและฐานการตลาดให้เหมาะสมในแต่ละภูมิภาค

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ทียูเอฟ ผู้ผลิตและส่งออกอาหารทะเลแช่เยือกแข็งและบรรจุกระป๋องรายใหญ่ของไทย เผยถึงแผนงานในปีหน้าว่า ในช่วง 2-3 ปีแรก บริษัทจะเน้นให้ความสำคัญเรื่องการลดต้นทุน และการรวม Synergies ต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงให้ความสำคัญเรื่องของการชำระเงินกู้ ซึ่งหลังจากซื้อ MWB แล้ว ทำให้ D/E Ratio ขึ้นสูง 1.7 เท่าโดยประมาณ ซึ่งสูงกว่าปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ดี บริษัทได้มีการตั้งเป้าว่า จะลด D/E Ratio ให้กลับลงมาอยู่ในระดับ 1:1 ให้ได้ภายใน 3 ปี สำหรับเรื่องการกำหนดกลยุทธ์นั้น บริษัทให้ความสำคัญกับเรื่องของวัตถุดิบ โดยเรือจับปลาทั้ง 4 ลำของบริษัทจะโอนย้ายไปยัง MWB เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจับปลาให้มากขึ้น และยังช่วยให้ได้ทราบข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการจับปลา ทำให้สามารถคาดการณ์สถานการณ์การจับปลาในอนาคตได้

ส่วนกลยุทธ์ด้านการผลิต บริษัทจะร่วมกันพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต ลดความสูญเสียอันเกิดจากการผลิต เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุด รวมถึงการปรับโครงสร้างการผลิตให้มีความกระชับมากยิ่งขึ้น สำหรับ MWB ที่ผ่านมา จะผลิตสินค้าให้กับกลุ่มของตนเองทั้งหมด แต่นับจากนี้สินค้าที่ผลิตเพื่อส่งออกไปตลาดนอกยุโรป จะถูกโอนย้ายเข้ามาผลิตในประเทศไทยแทน เพื่อให้ MWB เป็นฐานการผลิตที่เน้นผลิตสินค้าสำหรับตลาดยุโรปอย่างเดียว เพื่อประโยชน์ทางด้านภาษี เพราะภาษีนำเข้ายุโรปสูงถึง 24% ส่วนในเรื่องของการพัฒนาสินค้ามูลค่าเพิ่ม บริษัทจะเข้ามาช่วย MWB ในการนำผลพลอยได้จากการผลิตปลาทูน่ามาใช้ประโยชน์โดยการสกัดเป็นน้ำมันปลาทูน่า

สำหรับกลยุทธ์ทางด้านการตลาดนั้น จะมีการแบ่งปันข้อมูลทางการตลาดทั้งจากฝั่งประเทศไทย จากอเมริกา และจากยุโรป ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลตลาดเชิงลึกในแต่ละภูมิภาค ช่วยให้วิเคราะห์ตลาดได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้จะเน้นการขยายตลาดในยุโรปให้มากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ และในขณะเดียวกันก็จะขยายฐานการตลาด MWB ให้มากขึ้น เพราะวันนี้ MWB เข้าไปเพียง 5 ประเทศเท่านั้น ขณะที่ในยุโรปมีถึง 27 ประเทศ ซึ่งแผนของเราคือ การขยายต่อเข้าไปในยุโรปตะวันออก รัสเซีย และทางตอนเหนือของทวีปอัฟริกา โดยการใช้ประโยชน์จากจุดแข็งของ MWB ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ชั้นนำอย่าง John West แบรนด์อันดับ 1 ในประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์ และเนเธอร์แลนด์ Petit Navire และ Hyacinthe Parmentier แบรนด์อันดับ 1 ในประเทศฝรั่งเศส และ Mareblu แบรนด์อันดับ 3 ในประเทศอิตาลี ซึ่งจะช่วยให้ง่ายต่อการเข้าไปทำกิจกรรมทางการตลาด

อย่างไรก็ดี นายธีรพงศ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการเข้าซื้อ MWB เรามั่นใจว่า นี่จะเป็นโอกาสสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ โดย MWB จะเป็นฐานการเติบโตในยุโรปให้กับบริษัท ขณะที่ Chicken of the Sea จะเป็นฐานการเติบโตในอเมริกา ขณะที่บริษัทก็จะมีฐานการผลิตที่ครอบคลุมไปยังภูมิภาคเอเชีย (ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย และปาปัวนิวกีนี) ภูมิภาคอเมริกา (จอร์เจีย) และภูมิภาคยุโรป (ฝรั่งเศส โปรตุเกส กาน่า และซีเชล) ซึ่งจะทำให้บริษัทมีความแข็งแกร่งจากการเป็น Global Production อีกทั้งยังเป็นเจ้าของแบรนด์ชั้นนำในแต่ละภูมิภาค ซึ่งทั้งหมดนี้ จะทำให้บริษัทเป็นบริษัทเดียวในอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่มีเครื่องมือพร้อมสำหรับการแข่งขันในตลาดโลกมากที่สุด ขณะเดียวกันก็มีความยืดหยุ่นมากที่สุดด้วย  

สำหรับผลการดำเนินงานของ MWB ที่ผ่านมา “มีผลประกอบการที่ดีและทำอัตรากำไรได้สูงมาก เมื่อเทียบกับ TUF เนื่องจากโครงสร้างตลาดในยุโรปมีการแข่งขันที่ต่ำ เมื่อเทียบกับตลาดสหรัฐอเมริกาที่มีการแข่งขันสูง ประกอบกับ MWB ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า ขณะที่ประเทศไทยต้องเสียภาษีนำเข้าถึง 24% นอกจากนี้โรงงานที่กาน่า และโรงงานที่ซีเชลก็อยู่ใกล้กับแหล่งวัตถุดิบปลาทูน่า และท่าเรือส่งออก ทำให้เกิดต้นทุนในการผลิตต่ำ ซึ่งเมื่อเข้ามารวมกันแล้วเชื่อว่า จะทำให้มาร์จิ้นโดยเฉลี่ยของทั้งกลุ่มเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน”

ส่วนผลการดำเนินงานของ TUF ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำยอดขายรูปเงินเหรียญสหรัฐไปแล้ว 1,581 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน ส่วนยอดขายในรูปเงินบาทช่วง 9 เดือนแรกเท่ากับ 50,853 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิเท่ากับ 2,521 ล้านบาท โดยสัดส่วนยอดขายแยกตามผลิตภัณฑ์สำหรับ 9 เดือนแรกนั้น ผลิตภัณฑ์ปลาทูน่า มีสัดส่วน 40% กุ้งแช่แข็ง 23% อาหารแมวบรรจุกระป๋อง 9% อาหารทะเลบรรจุกระป๋อง 8% ขายในประเทศ 7% อาหารกุ้ง 6% ปลาซาร์ดีนและปลาแมคเคอเรลบรรจุกระป๋อง 4% และปลาหมึกแช่แข็ง 3%

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ