
ผวาธนาคารไปรษณีย์ทำโรงจำนำต่างจังหวัดเดี้ยง
โรงรับจำนำหวั่นธนาคารไปรษณีย์แย่งลูกค้า เพราะไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
โรงรับจำนำหวั่นธนาคารไปรษณีย์แย่งลูกค้า เพราะไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
นายนิธิศ มนูธพร ผู้อำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ (โรงรับจำนำของรัฐ) เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาลมีการจัดตั้งธนาคารไปรษณีย์เพื่อปล่อยสินเชื่อแก่รายย่อย คงไม่ส่งผลกับยอดการรับจำนำในเขต กทม. มากนัก เพราะถือว่าเป็นคนละกลุ่มลูกค้า แต่โรงรับจำนำเอกชนในพื้นที่ต่างจังหวัดอาจกระทบมากกว่า
โดยการให้สินเชื่อของธนาคารไปรษณีย์กำหนดวงเงินกู้รายละไม่เกิน 1 หมื่นบาท และไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน คิดอัตราดอกเบี้ยสูง 1.25% ต่อเดือน ในขณะที่โรงรับจำนำลูกค้าจะคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่า 0.25-1.25% และต้องมีสินทรัพย์มาจำนำด้วย
สำหรับช่วงราคาทองคำมีการปรับราคาสูงขึ้นนั้น ได้สั่งการให้ผู้จัดการโรงรับจำนำแต่ละสาขาระมัดระวังการรับทองที่นำมาจำนำ เนื่องจากพบว่ามีลูกค้านำทองปลอมมารับจำนำ ซึ่งมีการวิวัฒนาการการปลอมทองที่ทันสมัยมาก ไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ด้วยตา
ทั้งนี้ เป็นการนำทองแดงมาชุบทอง โดยเป็นการชุบทอง 30% อีก 70% เป็นการสอดใส่ทองแดง ซึ่งหากไม่มีการตัดทองออกก็จะไม่ทราบว่าเป็นทองปลอมสอดใส่ ส่วนใหญ่จะทำเป็นกำไลข้อมือ น่าจะทำเป็นกระบวนการ ซึ่งได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีแล้วหลายราย เพราะมีหลักฐานบัตรประชาชนอยู่ และต้องรอให้สินทรัพย์หลุดการรับจำนำก่อน หรือลูกค้าไม่มาไถ่ถอนคืนก่อนถึงจะตัดทองเพื่อที่จะตรวจสอบได้ว่าเป็นของปลอมหรือไม่ เพราะไม่สามารถที่จะตัดทองทันทีเหมือนที่ลูกค้านำทองคำไปขายให้ร้านขายทอง
นอกจากนี้ ยังพบการหลอกนำตั๋วรับจำนำไปขายต่อให้ ซึ่งผู้ซื้อเชื่อว่าเป็นทองคำจริง
ดังนั้น ช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการจำนำเป็นจำนวนน้อย ซึ่งส่วนใหญ่จะมาไถ่ถอนทองเนื่องจากมีเงินพิเศษจากโบนัส อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยการรับจำนำวงเงินไม่เกิน 5,000 บาท คิดดอกเบี้ย 0.25% ทำให้มีลูกค้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น
นายนิธิศ กล่าวว่า ในปี 2554 มีแผนที่จะหาเงินกู้ 1,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการให้บริการรับจำนำ ซึ่งคาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 10% ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางราคาทองคำที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น







