
‘เอิร์ธ’ลุ้นไตรมาสแรก’54
โพสต์ทูเดย์
— “เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ” เล็งกลับมาซื้อขายไตรมาสแรกปี 2554 หลังเข้าตลาดทางอ้อม ผลประกอบการมีกำไร จ่ายปันผลได้นายขจรพงศ์ คำดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ (EARTH) เปิดเผยว่า หุ้น EARTH เตรียมกลับเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไตรมาสแรกปี 2554 หลังจากที่งบการเงินปี 2553 ออกช่วงเดือน ก.พ. และทำเรื่องขอกลับเข้ามาซื้อขายใหม่
สำหรับคุณสมบัติเบื้องต้นไม่สามารถระบุได้ชัดว่าจะกลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์หรือตลาดเอ็ม เอ ไอ เนื่องจากทุนจดทะเบียนและส่วนผู้ถือหุ้นเกิน 300 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการยังต้องลุ้นปี 2553
ทั้งนี้ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เพอร์เฟค ได้เข้าตลาดหุ้นทางอ้อม โดยการซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท แอ๊ดว้านซ์เพ้นท์ แอนด์ เคมิเคิล (ไทยแลนด์) หรือ APC และชำระค่าหุ้นโดยแลกหุ้นให้ผู้ถือหุ้นเดิม APC คือ กลุ่มนายปรีชา ปุณณกิติเกษม เข้าถือหุ้นเอ็นเนอร์ยี่ฯ 10% ก่อนจะเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ ชื่อย่อหุ้น EARTH มีผลตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.นี้
นอกจากนี้ กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่และเป็นกลุ่มใหม่ ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มพิหเคนทร์ 52.83% นายขจรพงศ์ คำดี 18.69% จะพิจารณานำหุ้นเสนอขายนักลงทุน เพิ่มสภาพคล่องหุ้น (ฟรีโฟลต) ให้ได้ตามเกณฑ์ตลาดหลักทรัพย์ 15% ของทุนจดทะเบียน 2,222.71 ล้านบาท
น.ส.ยุพดี รัตนศรีสมโภช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอ๊บโซลูท แอ็ดไวเซอรี่ ที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า EARTH มีขาดทุนสะสม 23 ล้านบาท ซึ่งเป็นของเก่าติดมาจากบริษัท แอ๊ดว้านซ์เพ้นท์ฯ โดยมีแผนล้างขาดทุนสะสมให้หมดด้วยวิธีลดทุนและลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ ซึ่งไม่มีผลกระทบส่วนผู้ถือหุ้น และมีแผนจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักเงินสำรอง ตามนโยบายเดิมของ APC
นายขจรพงศ์ กล่าวว่า EARTH เป็นผู้นำเข้าถ่านหินเพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศรายใหญ่ของไทย อยู่ในอันดับ 3 ของประเทศรองจากยูนิค ไมนิ่ง เซอร์วิสเซส (UMS) และเอเชีย กรีน เอนเนอจี (AGE) มีส่วนแบ่งตลาด (มาร์เก็ตแชร์) 15% ของตลาดรวม ปัจจุบันมีสัดส่วนจำหน่ายลูกค้าในประเทศและต่างประเทศเท่ากัน ซึ่งปี 2554 มีแผนขยายตลาดในประเทศเพิ่มเป็น 90% หลังจากโรงงานถ่านหินแห่งที่ 2 เสร็จ เพิ่มกำลังผลิต 68 หมื่นตันต่อเดือน
สำหรับแผนงานปี 2554 คาดรายได้และกำไรเติบโต 40% จากปีนี้เป็นการเติบโตจากการขยายฐานลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งลูกค้ามีความต้องการใช้ถ่านหินเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งอนาคตมีแผนซื้อเหมืองถ่านหิน
ด้านผลดำเนินงานที่ผ่านมา ปีแรก 2550 ที่เปิดดำเนินการ มียอดขาย 10 ล้านบาท ประสบผลขาดทุน ปี 2551 ยอด 480 ล้านบาท กำไรสุทธิ 11 ล้านบาท ปีที่ผ่านมา ยอดขาย 1,006 ล้านบาท กำไรสุทธิ 8 ล้านบาท และครึ่งปีแรก 2553 ยอดขาย 700 ล้านบาท กำไร 12 ล้านบาท







