
เซ็นเตอร์วันทยอยเปิดขายสิ้นปีนี้
โพสต์ทูเดย์
— เซ็นเตอร์วัน เปิดโฉมใหม่เฟสแรกสิ้นปีนี้ ก่อนครบ 100% เดือน ก.พ. 2554 มั่นใจ 2 เดือน ลูกค้าฟื้น 3 หมื่นคนต่อวันนายรัชพล ไกรจิรโชติ กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน บริษัท พีเพิล พลาซ่า ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นเตอร์วัน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เปิดเผยว่า พร้อมกลับมาเปิดให้บริการเฟสแรก พื้นที่บริเวณซอยร้อยร้าน ชั้น G ในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ หลังปิดให้บริการจากเหตุเพลิงไหม้ราว 7 เดือน ส่วนพื้นที่ชั้น 1,2 และ 3 จะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือน ก.พ.ปีหน้า ซึ่งผู้ค้า 95% เป็นผู้เช่าเดิม
ทั้งนี้ บริษัทได้ใช้งบประมาณ 160 ล้านบาท ในการซ่อมแซมและก่อสร้างศูนย์โฉมใหม่ โดยอยู่ในความดูแลของวิศวกรและสถาปนิกผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่มีความแข็งแรงทนทานจากเพลิงไหม้ รวมทั้งเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยมากขึ้น
ด้วย จากบทเรียนการถูกลอบวางเพลิงเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา
“
หลังเปิดศูนย์เต็มรูปแบบ คาดว่าภายใน 12 เดือน จะมีผู้เข้ามาใช้บริการ 3 หมื่นคนต่อวัน หรือเท่ากับช่วงก่อนเกิดไฟไหม้ และมีรายได้จากค่าเช่า 120 ล้านบาทต่อปี” นายรัชพล กล่าวนอกจากนี้ จะใช้งบเพิ่มอีก 100 ล้านบาท ขยายอาคารจอดรถเป็น 23 ชั้น รองรับรถยนต์ได้กว่า 300 คัน จากปัจจุบันรองรับได้ 100 คัน พร้อมดึงร้านค้าใหม่ๆ เข้ามาเปิดเพิ่ม รวมร้านค้าในศูนย์ 350 ร้านค้า พร้อมปรับพื้นที่ส่วนหนึ่งของชั้น 3 ให้เป็นโซนอาหารและเพิ่มร้านจำหน่ายสินค้าแนวแฟชั่น เครื่องสำอางวัยรุ่น มากขึ้นด้วย
บริษัทยังวางแนวทางช่วยเหลือผู้เช่าพื้นที่ ทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง ไม่เก็บค่าเช่าจนถึงสิ้นปีนี้ จากนั้นจะคิดค่าเช่า 50% ในเดือน ม.ค.
–ก.พ. 2554 และจะลดค่าเช่าให้อีก 20% ต่ออีก 6 เดือน หลังเปิดอย่างเป็นทางการหลังเปิดให้บริการศูนย์ฯ ยังเตรียมจัดรายการส่งเสริมการขายแบะการตลาด เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อ ด้วยการให้ส่วนลดสูงสุด 50% จนถึงสิ้นปี และในวันที่ 24 ธ.ค. ได้จัดรายการแฮปปี้อาว แฮปปี้เดย์ จำหน่ายสินค้าทุกอย่างในราคา 2 ชิ้น 50 บาท ในช่วง 17.00 18.00 น. รวมทั้งมอบของที่ระลึกให้ลูกค้าที่ซื้อของเป็นคนแรก โดยวางงบสำหรับทำตลาดจัดรายการส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์ตลอดในปีหน้าประมาณ 35 ล้านบาท พร้อมมาตราการช่วยเหลือผู้เช่าต่อเนื่อง โดยไม่เก็บค่าเช่าจนถึงสิ้นปีนี้ จากนั้นจะคิดค่าเช่า 50% ในเดือน ม.ค.
– ก.พ. 2554 และจะลดค่าเช่าให้อีก 20% จำนวน6 เดือน หลังเปิดอย่างเป็นทางการในเดือน ก.พ. 2554ส่วนความคืบหน้าในการติดตามเงินจากบริษัทประกัน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการฟ้องร้อง และรอหลักฐานทางคดีจากสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสไอ เพื่อนำมาใช้ในการตีความประกอบการพิจารณา เพื่อติดตามวงเงินประกัน 130 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้บริษัทต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐในการประสานกับธนาคารรัฐวิสาหกิจขนาดเล็กและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี แบงก์) ซึ่งเป็นเจ้าหนี้เงินกู้ของบริษัทให้มีมาตราการช่วยเหลืออัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ราว MLR 3 จากปัจจุบันบริษัทเสียดอกเบี้ยในอัตรา MLR







