posttoday
โควิดรอบ 3 ฉุดเงินหายจากเศรษฐกิจไทย 2-3 แสนล.

โควิดรอบ 3 ฉุดเงินหายจากเศรษฐกิจไทย 2-3 แสนล.

22 เมษายน 2564

ม.หอการค้าฯ ชี้รัฐต้องเร่งอัดฉีดเงิน 2 แสนล้านเข้าระบบ ปลุกคนละครึ่งเฟส 3-ช้อปช่วยชาติพลัส-บ้านหลังแรก เชื่อมือรัฐบาลจัดการโควิดได้ใน 2 เดือน หวังไตรมาส 3 เศรษฐกิจฟื้น

ผศ.ดร.ธนวรรธน์  พลวิชัย  อธิบการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  เปิดเผยถึง ผลสำรวจการประเมินผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกที่ 3 ที่มีต่อเศรษฐกิจไทย ว่า ภาพรวมผลกระทบที่เกิดขึ้น จากสถานการณ์โควิดรอบที่ 1 ยังมากที่สุดเนื่องจากมีการล็อกดาวน์ทั่วประเทศ  ในขณะที่รอบที่ 3 มีการล็อกดาวน์บางพื้นที่ แต่เกิดปัญหาผลกระทบสะสม และทำให้อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยลดลง 0.62% ต่อเดือน หรือคิดเป็นมูลค่า 1 แสนล้านบาท

ทั้งนี้ปัญหาโควิดรอบ3 ที่เกิดขึ้นได้ส่งเม็ดเงินเศรษฐกิจหายไป 2-3 แสนล้านบาท และ ถ้ารัฐบาลไม่มีมาตรการอะไรออกมาเลย จีดีพีจะโตแค่ 1.2 %  ดังนั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาลจะมีการบริหารจัดการอย่างไร โดยเฉพาะการนำเงินกู้ที่เหลืออีก 2 แสนล้านบาทมาอัดฉีดเพิ่มสภาพคล่องในระบบในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งเชื่อว่าจะใช้เวลาในการจัดการกับโควิดรอบนี้ได้ไม่เกิน 2 เดือนและสามารถฟื้นเศรษฐกิจได้ในไตรมาส 3

“ เงิน 2 แสนล้านบาทของรัฐบาลที่เหลืออยู่คิดว่ามีโอกาสเพียงพอในการเยียวยาเศรษฐกิจได้ ยังไม่จำเป็นต้องเปิดเพดานเงินกู้ใหม่  ซึ่งจะช่วยชดเชยการใช้จ่ายของประชาชนที่ลดลงไป15% ได้ ส่วนที่กังวลว่าจีดีพีปีนี้จะเป็น0% นั้น ถ้าเกิดโควิดรอบ4ก็เป็นไปได้”

นายธนวรรธน์  กล่าวว่า สถานการณ์น่าจะคลี่คลายได้ไม่เกินเดือนก.ค.  และคืนสู่สภาพปกติได้ในช่วง 15-23 เดือน  สิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการตอนนี้ เร่งดำเนินการเกี่ยวกับวัคซีนร่วมกับภาคเอกชน  การฟื้นฟูเศรษฐกิจ ภายใต้การจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม และสนับสนุนมาตรการด้านการเงิน เช่น สภาพคล่อง การเข้าถึงแหล่งเงินทุน การพักขำระหนี้  โดยเฉพาะเอสเอ็มอี

ด้านนายวิเชียร แก้วสมบัติ  ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่าข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับนโบบายเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มจีดีพี คือ1.โครงการคนละครึ่งเฟส3 จัดสรรงบ 57,190 ล้านบาทให้กับผู้ที่เคยได้รับเฟส1-2  จำนวน 16.34 ล้านราย ในอัตรา 3,500 บาท ต่อราย รวม 114,380 ล้านบาท

2.เพิ่มมูลค่าส่งออก ในช่วง 8 เดือนที่เหลือ อีก  73,920 ล้านบาท  โดยรักษาค่าเงินบาทให้อยู่ที่ 31-32 บาทต่อเหรียญสหรัฐ 3. กระตุ้นการบริโภคในประเทศ เช่นโครงการช็อปช่วยชาติพลัสเพิ่มลดหย่อนภาษีไม่เกิน 1 แสนบาท  โครงการบ้านหลักแรกปี2564  และโครงการรถยนต์ไฟฟ้าคันแรก  รวมมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท

4. กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ  เช่นโครงการพักสุดหรู  ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 1 แสนบา รวม มูลค่า 2,000 ล้านบาท รวมวงเงินทั้งหมด 200,300  ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย  จัดงาน “GLOBAL TELECOM AIoT SUMMIT 2026” 10 มิ.ย. นี้

สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ ภาคีเครือข่าย จัดงาน “GLOBAL TELECOM AIoT SUMMIT 2026” 10 มิ.ย. นี้