posttoday
อุตฯศึกษาขีดความสามารถรองรับการลงทุนมาบตาพุด

อุตฯศึกษาขีดความสามารถรองรับการลงทุนมาบตาพุด

15 ธันวาคม 2553

กระทรวงอุตฯเตรียมสรุปความสามารถในการรองรับการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุด คาดแล้วเสร็จเดือนม.ค.2554 ว่าต้องจำกัดการลงทุนแล้วหรือไม่

กระทรวงอุตฯเตรียมสรุปความสามารถในการรองรับการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุด คาดแล้วเสร็จเดือนม.ค.2554 ว่าต้องจำกัดการลงทุนแล้วหรือไม่

นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ปี 2554 กระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการเรื่องการทำมาตรฐานขีดความสามารถในการรองรับการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุด โดยคาดว่าน่าจะได้คำตอบอบย่างชัดเจนในช่วงสิ้นเดือนม.ค. 2554 ว่าในพื้นที่ดังกล่าวยังมีศักยภาพในการรองรับการลงทุนเพิ่มเติมอีกหรือไม่  โดยเรื่องนี้เป็นไปตามนโยบายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่ต้องการเห็นข้อสรุปพื้นที่มาบตาพุดว่าถึงขั้นต้องจำกัดการลงทุนในอุตสาหกรรมบางประเภทหรือไม่โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

การศึกษาในตอนนี้อยู่ระหว่างการหาตัวชี้วัด เพื่อกำหนดความสามารถในการรองรับอุตสาหกรรม โดยได้ขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กรมควบคุมมลพิษ สถาบันปิโตรเคมี เป็นต้น มาให้ความเห็นและตัดสินใจร่วมกันว่าจะใช้ตัวชี้วัดไหน

“เรื่องนี้ต้องรีบดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะจะต้องตอบคำถามสังคมได้ว่าถ้ายังลงทุนต่อได้เพราะอะไร หรือมาบตาพุดจะไม่สามารรถรองรับการลงทุนได้อีกแล้วด้วยเหตุผลอะไร ซึ่งเรื่องนี้คงไม่สามารถวัดได้ด้วยกำลังการผลิตของโรงงาน แต่ต้องมีตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมเข้ามาประกอบด้วย” นายพุทธิพงษ์ กล่าว

ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ทุกส่วนไปติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดโดยให้ยึดตัวชี้วัดที่สำคัญคือ การปล่อยสารที่ก่อให้เกิดมลพิษและส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนได้แก่   สารอินทรีย์ระเหย (VOCs) ออกไซต์ของไนโตรเจน (NOx)  ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซต์ (Sox) ซึ่งทุกส่วนมองว่าส่วนใหญ่ยังไม่เกินมาตรฐานยกเว้นสารเบนซีนที่เกินในบางช่วงเวลา จึงมอบให้ไปเร่งสรุปในรายละเอียด

ตลอดจนได้ยังได้ขยายขอบเขตการศึกษาพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดเพิ่มขึ้นจาก 25 x 25 ตารางกิโลเมตร เป็น 60 x 60 ตารางกิโลเมตร เพื่อมองในมุมกว้างมากขึ้น

นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า เมื่อได้ตัวชี้วัดออกมาแล้วหากพบว่าอะไรที่เกินมาตรฐานจะต้องชะลอการลงทุนของอุตสาหกรรมนั้นๆ หรือไม่ คงจะต้องให้รัฐบาลเป็นผู้พิจารณา เพราะจะกระทบต่อการส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เนื่องจากที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าการลงทุนในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีมีผลต่อยอดขอรับส่งเสริมฯ เพราะเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งอาจทำให้หน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลจะต้องไปออกกฎในการควบคุมเข้มข้นขึ้น เพื่อที่จะผลักดันให้อุตสาหกรรมก้าวสู่อุตสาหกรรมเชิงนิเวศน์

สำหรับ ปี 2554 ปัญหามาบตาพุดในเรื่องของกระบวนการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) และสุขภาพ (เอชไอเอ) คงจะไม่ใช่ประเด็นปัญหา เพราะได้กำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นสิ่งที่จะต้องดูต่อไปคือการติดตามเรื่องของแผนป้องกันมลพิษที่จะมีการติดตั้งเครื่องควบคุมมากขึ้น รวมไปถึงการทำแนวป้องกันของโรงงานในจังหวัดระยอง โดยล่าสุดได้มอบหมายให้โรงงานกว่า 40 แห่งและนิคมฯอีก 3 แห่งทำแผนดำเนินการส่งมาภายในสิ้นปีนี้ และขอให้จัดทำแนวป้องกันไม่เกินเดือนเม.ย.-พ.ค. 2554 โดยก่อนทำขอให้มีการหารือกับชุมชนที่อยู่ติดโรงงานหรือนิคมฯ ก่อนเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ  

 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน