
ผู้ผลิตรุมทึ้งน้ำตาล
ลดซื้อโควตาคหนีราคาแพง แย่งรายย่อยผู้บริโภคแทน
โพสต์ทูเดย์
— ราคาน้ำตาลตลาดโลกพุ่งไม่หยุด ผู้ผลิตอาหารเพื่อส่งออกลดซื้อโควตา ค หันแย่งโควตา ก แทนแหล่งข่าวจากคณะกรรมการน้ำตาลทราย (กน.) เปิดเผยว่า ในปี 2554 มีผู้ผลิตอาหารเพื่อการส่งออกทำสัญญาขอใช้น้ำตาลโควตา ค (น้ำตาลเพื่อการส่งออก) 90 ราย ปริมาณ 3.2 ล้านกระสอบ ต่ำกว่าปี 2553 ที่มีผู้ขอใช้ 110 ราย ปริมาณ 3.6 ล้านกระสอบ โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตผลไม้กระป๋อง ผลไม้อบแห้ง
สาเหตุที่มีผู้ขอใช้โควตา ค ลดลง เนื่องจากราคาน้ำตาลในตลาดโลกแพง ทำให้ผู้ผลิตส่วนหนึ่งหันไปใช้น้ำตาลโควตา ก (น้ำตาลเพื่อบริโภคในประเทศ) แทน
การทำสัญญาขอใช้น้ำตาลโควตา ค ในปี 2554 จะเริ่มทำสัญญากันในช่วงเดือน ต.ค. 2553 โดยการกำหนดราคาขายขึ้นอยู่กับผู้ซื้อและผู้ขายต่อรองกัน โดยจะใช้ราคาน้ำตาลในตลาดโลกเป็นฐานการพิจารณา เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถคำนวณต้นทุนการผลิตสินค้าได้ทั้งปี และจะขอทำสัญญาได้อีกครั้งในช่วงกลางปีเพื่อขอซื้อเพิ่มเติม
ขณะเดียวกันที่ประชุมได้พิจารณายกเลิกการตัดสิทธิการขอใช้น้ำตาลโควตา ค เป็นระยะเวลา 5 ปี ให้แก่ผู้ขอใช้น้ำตาลโควตา ค ในปี 2553 ที่เข้ามาใช้สิทธิต่ำกว่า 70% จากปริมาณที่ทำสัญญาไว้ เนื่องจากที่ประชุมเห็นว่าแนวโน้มราคาน้ำตาลในตลาดโลกจะสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากมีการตัดสิทธิไปจะทำให้มีผู้มาขอใช้น้อยลง และส่วนหนึ่งจะไปใช้น้ำตาลโควตา ก จึงยกเลิกการตัดสิทธิเพื่อจูงใจ
“
กติกาที่กำหนดให้ผู้ทำสัญญาต้องมาใช้จริงไม่ต่ำกว่า 70% หากใช้ไม่ถึงจะมีการตัดสิทธิการขอใช้ 5 ปียังคงอยู่ แต่ในปีนี้ชะลอการลงโทษให้ เพราะกลัวจะมีคนมาขอใช้น้อย ส่วนในปีหน้ายังบังคับให้มาใช้ไม่ต่ำกว่า 70% อยู่เหมือนเดิม” แหล่งข่าวเปิดเผยนายชลัช ชินธรรมมิตร์ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาน้ำตาลขาดแคลน ในคณะกรรมการ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย กล่าวว่า ในปี 2553 มีการขอใช้น้ำตาลโควตา ค กับโรงงานทั้งหมด 3.7 ล้านกระสอบ แต่ใช้จริงเพียง 2.7 ล้านกระสอบจึงเกรงว่าหากยกเลิกการตัดสิทธิในปีหน้าจะทำให้มีผู้ประกอบการเข้ามาขอใช้น้ำตาลโควตา ค แต่พอใช้จริงก็เปลี่ยนไปใช้โควตา ก อาจจะทำให้เกิดปัญหาเหมือนในปีนี้
นายประจวบ ตยาคีพิสุทธิ์ รองประธานกรรมการบริหารสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไทย กล่าวว่า ในปี 2554 อุตสาหกรรมเครื่องดื่มจะเติบโตขึ้น 510% จากปีก่อน
สอดคล้องกับปริมาณการใช้น้ำตาลทรายที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น510% หรือคิดเป็นปริมาณประมาณ 5 ล้านกระสอบ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ใช้อยู่ 4.5 ล้านกระสอบ เนื่องจากในปีหน้าเศรษฐกิจในประเทศมีแนวโน้มที่ดีขึ้น
ขณะนี้ผู้ผลิตเครื่องดื่มได้เริ่มทยอยทำสัญญาการใช้น้ำตาลโควตา ก กับโรงงานไปแล้ว
สำหรับปัญหาน้ำตาลขาดแคลนในปี 2554 คงจะเกิดขึ้นยากเนื่องจากมีการกำหนดโควตา ก ไว้ที่ 25 ล้านกระสอบ น่าจะเพียงพออยู่แล้ว เพราะอุตสาหกรรมก็ไม่ได้โตขึ้นอย่างหวือหวา
ทั้งนี้ การกำหนดน้ำตาลโควตา ก ไว้ที่ระดับ 25 ล้านกระสอบ ถือว่าเป็นจำนวนที่สูงเป็นประวัติการณ์ที่เคยมีมา โดยในปี 2552/2553 มีการกำหนดน้ำตาลโควตา ก ไว้ที่23 ล้านกระสอบ
การประเมินที่ระดับ 25 ล้านกระสอบนี้ ได้พิจารณาจากปริมาณการบริโภคของประชาชนทั่วไปที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ รวมถึงภาคอุตสาห กรรมที่จะมีการเติบโตขึ้น ซึ่งในปี 2553 อุตสาหกรรมเครื่องดื่มมีการขยายตัวอย่างมากถึง 28% แต่มีปีนี้คาดการณ์ไว้ที่ 10% การใช้น้ำตาลทรายภายในประเทศจึงไม่น่าจะมีปัญหาขาดแคลนอย่างแน่นอน
“
ในส่วนของตลาดเครื่องดื่มทิศทางของเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพหรือเครื่องที่ไม่ใส่น้ำตาลเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องผู้ประกอบการก็ต้องปรับตัวไปในทิศทางนั้น จึงไม่จำเป็นต้องใช้น้ำตาลมากนัก” นายประจวบ กล่าว






