
เมเจอร์ฯตั้งกองทุน450ล.บุกอินเดีย
โพสต์ทูเดย์
— เมเจอร์ฯ ตั้งกองทุน 450 ล้านบาท ลงทุนบริษัทภาพยนตร์ในอินเดีย จาก 10% เป็น 20% ส่วนปีหน้าเปิดโรงหนังอีก 20 โรง ตั้งเป้ารายได้ 6,000 ล้าน โต 10%นายฉัฐภูมิ ขันติวิริยะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการเงินและบัญชี บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) เปิดเผยว่า ต้นปีหน้าบริษัทจะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท พีวีอาร์ ซีนีม่า ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นอินเดียอีก 10% จากปัจจุบันถือหุ้นอยู่ 10% โดยการเข้าไปลงทุนเพิ่มจำเป็นต้องจัดตั้งกองทุนส่วนบุคคล หรือไพรเวตฟันด์ เข้าไปลงทุนตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์อินเดีย บริษัทจึงเตรียมตั้งกองทุนขนาด 15 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 450 ล้านบาท
“
ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย หลังจากได้รับอนุมัติแล้วก็จะยื่นขอสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และส่งเรื่องไป ก.ล.ต.อินเดียในลำดับต่อไป คาดว่าจะดำเนินการได้ต้นปี 2554” นายฉัฐภูมิ กล่าวทั้งนี้ ผลการดำเนินงานปี 2554 บริษัทตั้งเป้ามีรายได้รวมประมาณ 6,000 ล้านบาท เติบโต 10% จากปี 2553 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 5,500 ล้านบาท ตามแนวโน้มรายได้จากค่าโฆษณาที่จะยังเติบโตต่อเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจ
สำหรับปีนี้คาดว่าจะมีรายได้จากโฆษณา 600700 ล้านบาท เติบโต 20% จากปี 2552 รวมทั้งจะมีภาพยนตร์เข้าฉาย เช่น ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค 3 และ 4 และภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมทำรายได้สูงอย่างทรานส์ฟอร์เมอร์ส 3 รอเข้าฉาย
นอกจากนี้ บริษัทได้ตั้งงบลงทุนในปี 2554 ขั้นต่ำอยู่ที่ 700800 ล้านบาท โดยมาจากกระแสเงินสดของบริษัท และเงินที่ได้จากการขายสิทธิการเช่าศูนย์การค้าซูซูกิ อเวนิว รัชโยธิน ให้แก่กองทุนรวมเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ไลฟ์สไตล์ (MJLF) โดยมีแผนนำเงินไปขยายโรงหนังเพิ่มอีก 20 โรง
“
ภาพรวมปีนี้น่าจะดีกว่าปีที่ผ่านมา เนื่องจาก 3 ไตรมาสที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิประมาณ 500 ล้านบาทแล้ว สูงกว่าปี 2552 ทั้งปี ซึ่งมีกำไร 400 ล้านบาท และมีรายการพิเศษจากการขายสิทธิการเช่าให้แก่กองทุนเพิ่มประมาณ 100 ล้านบาท ที่จะบันทึกในไตรมาส 4 ปีนี้” นายฉัฐภูมิ กล่าวด้านราคาหุ้น MAJOR ปิดเท่ากับวันก่อนที่ 13.20 บาท







