
ประเทศไทย: ยุครุ่งเรืองแห่งอัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ในระบบมือถือสำหรับการธนาคาร
ชาวไทยใช้มือถือมากกว่า 5 ชั่วโมงต่อวัน ธนาคารในไทยต้องการหาประโยชน์จากข้อนั้นด้วยความช่วยเหลือจากระบบปัญญาประดิษฐ์
การศึกษา “Global Digital 2019” ที่จัดขึ้นโดยครีเอทีฟเอเจนซี We Are Social แสดงให้เห็นว่า เวลาเฉลี่ยในการใช้สมาร์ทโฟนทั่วโลกคือ 3 ชั่วโมง 14 นาทีต่อวัน ประเทศไทยครองอันดับ 1 ในการใช้มือถือด้วยจำนวนเวลาที่สูงถึง 5 ชั่วโมง 13 นาที
ในปัจจุบัน ธนาคารพยายามใช้โอกาสนี้ดึงดูดลูกค้าที่กระตือรือร้นที่จะใช้บริการด้วยตัวเองมากขึ้น ตรงนี้เองที่ระบบปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาท
ธนาคารในไทยประยุกต์ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์เข้ากับการธนาคารผ่านมือถือโดยการนำเสนอแชตบอต หรือวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประเมินพฤติกรรมของลูกค้า ลักษณะการใช้จ่าย และการชำระเงิน นอกจากนี้ ยังวิเคราะห์ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้สำหรับบริการสินเชื่อ และอนุมัติวงเงินกู้ที่เหมาะสมให้กับลูกค้า
เรื่องเหล่านี้อาจฟังดูรบกวนจิตใจสำหรับคนบางคน แต่รายงาน “พลังของการปรับแต่งให้เหมาะกับบุคคลในการธนาคาร” จากสื่ออย่าง The Financial Brand ระบุไว้ว่า ลูกค้าพร้อมที่จะแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลให้กับธนาคาร เพื่อแลกเปลี่ยนกับคำแนะนำ ข้อเสนอ และการบริการที่อ้างอิงข้อมูลดังกล่าว
แนวคิดที่เป็นรูปธรรมของการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ในด้านวาณิชธนกิจคือการให้คำแนะนำโดยหุ่นยนต์ (robo-advisory) ซึ่งก็คือบริการออนไลน์ในแอปพลิเคชันธนาคารในมือถือ ซึ่งให้คำแนะนำอัตโนมัติในการจัดการเงินลงทุน และหลักทรัพย์โดยใช้อัลกอริทึมเชิงขั้นตอนและอัลกอริทึมปัญญาประดิษฐ์ที่มีมนุษย์ช่วยเหลือ นักลงทุนสามารถปรับแต่งหลักทรัพย์ได้ด้วยตัวเองเป็นประจำ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตนเอง เป็นต้น
ด้วยความช่วยเหลือของปัญญาประดิษฐ์ นักลงทุนไม่ต้องเลือกเครื่องมือทางการเงินที่จะลงทุน สิ่งเดียวที่สำคัญคือเป้าหมายและความเสี่ยงที่รับได้ อัลกอริทึมจะดูแลส่วนที่เหลือทั้งหมด
เมื่อเป็นเรื่องของธนาคาร ปัญญาประดิษฐ์สามารถช่วยธนาคารเรียนรู้พฤติกรรมการลงทุนของลูกค้า และแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ปัญญาประดิษฐ์สามารถคาดการณ์ราคาได้โดยใช้ข้อมูลในอดีต และสามารถแสดงผลโมเดลการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อค้นหาผลตอบแทนระยะยาวที่สูงขึ้นได้ด้วยการดูหลักเกณฑ์ เช่น ความผันผวง การเติบโต คุณภาพ อารมณ์ หรือความเสี่ยง ปัจจุบัน ธนาคารและบริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์มากมายยังใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ในการซื้อขายหลักทรัพย์อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ปัญญาประดิษฐ์ไม่ใช่เครื่องมือครอบจักรวาล การให้คำแนะนำเรื่องภาษีหรือการให้คำแนะนำเกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญของเป้าหมายทางการเงินเป็นเรื่องลำบาก
เทรนด์ในการนำระบบปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการลงทุนและการธนาคารในมือถือกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น สำหรับนักลงทุน เทรนด์ดังกล่าวคือการลดความเสี่ยง สำหรับธนาคาร นี่คือโอกาสลดต้นทุน ธนาคารต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการนำระบบปัญญาประดิษฐ์มาขับเคลื่อน เพื่อช่วยดูแลรักษาลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ภริดา ลีลานิรมล, ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท โคมาร์ช ประเทศไทย
เพิ่มพูนประสิทธิภาพการให้บริการการจัดความมั่งคั่งของคุณด้วยการขับเคลื่อนของปัญญาประดิษฐ์







