posttoday
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค.พุ่งสูงสุดในรอบ 16เดือน

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ธ.ค.พุ่งสูงสุดในรอบ 16เดือน

14 มกราคม 2553

ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ เผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ธ.ค. สูงสุดรอบ 16 เดือน หลังผู้บริโภคมั่นใจนโยบายไทยเข้มแข็งทำเศรษฐกิจอนาคตดีขึ้น

ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ เผย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ธ.ค. สูงสุดรอบ 16 เดือน หลังผู้บริโภคมั่นใจนโยบายไทยเข้มแข็งทำเศรษฐกิจอนาคตดีขึ้น

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจประชาชนทั่วประเทศ 2,242 ตัวอย่าง เกี่ยวกับความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยเดือนธ.ค. 2552 พบว่า ดัชนีทุกรายการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่สอง โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CCI) เดือนธ.ค. อยู่ที่ 77.7 เพิ่มจากพ.ย. 76.5 สูงสุดรอบ 16 เดือน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบัน 64.9 เพิ่มจาก 63.8 สูงสุดรอบ 11 เดือน และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคต 80.9 เพิ่มจาก 79.5 สูงสุดรอบ 21 เดือน

ทั้งนี้ เป็นผลจากดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมเพิ่มขึ้น 70.4 จาก 69.1 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางาน 68.9 เพิ่มจาก 67.8 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต 93.8 เพิ่มจาก 92.6

ปัจจัยบวกที่ทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น มาจากความเชื่อมั่นในอนาคต เนื่องจากกลุ่มตัวอย่างมีความหวังในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล การขยาย 5 มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพออกไปอีก 3 เดือน การปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 1-8 บาท/วัน ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา และกระทรวงการคลังคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2553 จะขยายตัว 3.5% จากปี 2552 ที่คาดว่าติดลบ 2.8% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญคือมาตรการไทยเข้มแข็งและการใช้จ่ายของเอกชนที่คาดว่าจะฟื้นตัว

“การปรับขึ้นของดัชนีเชื่อมั่นต่อเนื่อง 2 เดือน สะท้อนว่าคนคาดหวังกับอนาคต เห็นได้จากค่าเฉลี่ยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับเศรษฐกิจในอนาคตปรับตัวสูงสุดในรอบ 46 เดือน หรือ 4 ปี เป็นเพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งการปรับขึ้นค่าแรงงานและราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้น ซึ่งทำให้ดัชนีการซื้อบ้านและรถสูงสุดรอบ 4 ปี เช่นกัน” นายธนวรรธน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามปัจจัยลบที่อาจมีผลต่อความเชื่อมั่นปรับตัวลดลง โดยเฉพาะค่าครองชีพที่เป็นผลมาจากราคาน้ำมันแพง แม้ว่าดัชนีค่าครองชีพปรับตัวดีขึ้น แต่ยังทรงตัวในระดับต่ำ เพราะอนาคตยังคาดหวังไม่ได้ว่าค่าครองชีพจะปรับตัวดีขึ้น ดังนั้นการที่รัฐบาลจะเข้ามาดูแลระดับราคาน้ำมันภายในประเทศในช่วง 6 เดือนแรก เป็นเรื่องที่ควรทำ โดยจะต้องดูแลไม่ให้ระดับราคาน้ำมันดีเซลทะลุ 30 บาท/ลิตร และน้ำมันเบนซินทะลุ 35 บาท/ลิตร        

“ปัจจัยที่น่ากังวลยังเป็นเรื่องค่าครองชีพ และปัจจัยการเมือง ที่คนยังไม่มั่นใจอนาคตว่าการเมืองจะมีเสถียรภาพหรือไม่ รวมถึงการแก้ไขปัญหามาบตาพุด ที่ยังเป็นจุดเปราะบางของความเชื่อมั่นผู้บริโภค ซึ่งต้องเร่งคลี่คลายภายใน 5-6 เดือนนี้” นายธนวรรธน์ กล่าว

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า หากรัฐบาลสามารถดูแลปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคได้ คาดว่าการบริโภคไตรมาสแรก จะขยายตัว1% ยอดขายสินค้าเพิ่มขึ้น 3-5% โดยเศรษฐกิจครึ่งปีแรกจะขยายตัว 2.5% ซึ่งเป็นผลมาจากการส่งออกและการท่องเที่ยวดีขึ้น แต่หลังจากที่รัฐบาลเร่งเบิกจ่ายเม็ดเงินในโครงการไทยเข้มแข็งเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในปลายไตรมาส 1 มูลค่า 1.5 แสนล้านบาทตามแผนได้ จะทำให้ครึ่งปีหลังการบริโภคขยายตัว 3-5% ยอดขายสินค้าเพิ่มขึ้น 7-10% ทำให้เศรษฐกิจทั้งปีจะขยายตัวได้ตามกรอบ 3.2-3.5% บนพื้นฐานการส่งออกขยายตัว 9-13% เงินเฟ้อ 3-4% ราคาน้ำมัน 83.5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ค่าบาท 32.5 บาท/เหรียญสหรัฐ

                

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ