
Eทุนใหญ่จ่อย้ายหุ้นเข้าSET ชี้หุ้นทะยานขานรับผลงานดี
โพสต์ทูเดย์
— E เตรียมย้ายหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ หลังเพิ่มทุนจนใหญ่คับที่ใน mai เผยล้างขาดทุนสะสม 200 ล้าน ภายใน 1 ปีครึ่ง2 ปีนายไซม่อน มอร์ริส เกโรวิช ประธานบริษัทและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอฟโวลูชั่น แคปปิตอล (E) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะเตรียมย้ายเข้าไปซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) จากปัจจุบันจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ซึ่งบริษัทจะเสนอเรื่องให้คณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ในการประชุมครั้งต่อไป เนื่องจากมองว่าปัจจุบัน E ถือเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ และการเติบโตสูงสุดใน mai
ทั้งนี้ จากการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2553 ผู้ถือหุ้นได้อนุมัติให้บริษัทออกใบสำคัญแสดงสิทธิ (วอร์แรนต์) ที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทจำนวนไม่เกิน 347 ล้านหุ้น จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในราคา 0.10 บาท ในอัตรา 2 หุ้นเดิมต่อ 1 วอร์แรนต์ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีทุนจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเป็น 1,041 ล้านบาท จากเดิมที่ 694 ล้านบาท โดยผู้ถือหุ้นสามารถจองหุ้นเกินสิทธิได้เพื่อรอการจัดสรรหุ้นอีกครั้งในกรณีที่มีผู้ถือหุ้นใช้สิทธิไม่เต็มจำนวน
ประธานบริษัท เอฟโวลูชั่นฯ กล่าวถึงกรณีผู้ถือหุ้นแสดงความกังวลอายุวอร์แรนต์ที่นานถึง 10 ปี ว่า วอร์แรนต์สามารถแปลงสิทธิทุกไตรมาส จึงทำให้มีเม็ดเงินระดมทุนเข้ามารองรับการขยายงานได้ตลอด และจะแปลงสิทธิครั้งแรกไตรมาสแรก ปี 2554
“
ราคาหุ้น E ที่ปรับขึ้นสูงในระยะนี้ เชื่อว่าเพิ่มขึ้นมาขานรับกับที่ผลประกอบการบริษัทช่วง 9 เดือนแรกที่ออกมาดี กำไรสุทธิต่อหุ้นปรับตัวขึ้นมาก ขณะที่ราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้นปรับลง จึงทำให้เป็นที่สนใจต่อนักลงทุนในยามที่ตลาดมีความน่าสนใจเช่นกัน” นายเกโรวิช กล่าวอย่างไรก็ดี คาดว่าบริษัทจะสามารถล้างขาดทุนสะสมที่ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 200 ล้านบาท ภายใน 1 ปีครึ่ง2 ปีนี้ ซึ่งผลประกอบการ 9 เดือนแรกออกมาก็มีกำไรสุทธิแล้ว 74 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นแนวโน้มที่ดี โดยผลขาดทุนสะสมส่วนใหญ่เป็นของบริษัทเก่า สยาม ทู ยู (S2Y) ที่ตอนนี้สามารถเลี้ยงตัวเอง และไม่มีผลขาดทุนจากธุรกิจเดิมคือการให้บริการเสริมแล้ว ขณะเดียวกันได้ปรับเปลี่ยนไปทำธุรกิจจัดงานส่งเสริมการตลาด (อีเวนต์) ก็ได้รับการตอบรับดีจากลูกค้ารายใหญ่ๆ โดยปัจจุบันบริษัทมีอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ที่ 10 เท่า แบ่งเป็นในส่วนของหนี้ที่ 60 ล้านบาท และส่วนของทุนอยู่ที่ 600 ล้านบาท
สำหรับความคืบหน้าในการทำธุรกิจบริหารเงินทุนในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ คาดว่าบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากที่เข้าไปลงทุนในบริษัท เรด แพลนเน็ต โฮเตล ซึ่งปัจจุบัน E ถือหุ้น 39.8% ในการลงทุนโครงการ Tune Hotels ที่รับบริหารโรงแรมคอนเซปต์ที่คิดราคาตามราคาใช้จริงครั้งแรกในเดือน ต.ค.ปีหน้า โดยจะเปิดให้บริการที่แรกที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์
ทั้งนี้ เรด แพลนเน็ต ได้รับสัมปทานบริหารโรงแรมทั้งหมด 5 ประเทศ คือ ไทย บังคลาเทศ อินโดนีเซีย จีน และฟิลลิปปินส์ ซึ่งเบื้องต้นบริษัทจะมีการสร้างทั้งหมด 7 แห่งโดยมีข้อตกลงว่าจะ E จะต้องเริ่มดำเนินโครงการละ 1 ประเทศให้ได้ภายในปี 2556 แต่ภายในปีนี้ทำได้แล้ว 3 แห่งภายใน 5 ประเทศ โดยอายุสัมปทานทั้งหมดที่ได้คือ 35 ปี ขณะที่แผนระยะยาวคือจะต้องมีการบริหารทั้งหมด 100 แห่งภายในปี 2558 ส่วนการก่อสร้างภายในประเทศไทยยังอยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการหลังซื้อที่ดินมาแล้วที่พัทยากับ ซ.สุขุมวิท 14
อย่างไรก็ดี ระหว่างรอการเรด แพลนเน็ต เพิ่มทุนตามแผนและนโยบายการลงทุนจะต้องเพิ่มทุนให้ครบ 5 ครั้ง ซึ่งส่งผลให้งบรวมของ E มีกำไรเพิ่มขึ้นจากการปรับโครงสร้างบริษัทย่อยทุกครั้งที่เพิ่มทุน แต่จำนวนหุ้นจะลดลง โดย 9 เดือนที่ผ่านมามีกำไรดังกล่าวถึง 144 ล้านบาท แต่ก็เป็นไปตามนโยบายของ E ตั้งแต่แรกว่าเพิ่มทุนเพื่อเสริมมูลค่ามากว่าที่จะมองจำนวนของหุ้นที่ถือ
ทั้งนี้ บริษัทเพิ่มทุนครั้งแรกมีสัดส่วนถือหุ้นที่ 77 % ปัจจุบัน 39.8 % และอนาคตสัดส่วนถือหุ้นจะลดลงอีกแต่มูลค่าที่ได้จะเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะนำเรด แพลนเน็ตเข้าขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) อีก ซึ่งคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นต่างประเทศ ส่วนโครงการที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ RitzCarlton ยังอยู่ระหว่างการรอการก่อสร้าง







