
อาร์เอสยิ้มธุรกิจหนังไปฉิว
ปีนี้ทุกเรื่องทำรายได้ตามเป้า50ล. ปีหน้าเข็นฉาย3เรื่องหวัง200ล้าน
โพสต์ทูเดย์
— อาร์เอส คาดปีหน้าตลาดภาพยนตร์พุ่งฉลุย ส่วนรายได้ปีนี้พลาดเป้า 200 ล้านบาท ปีหน้าหวังเรียกคืนจากหนัง 3 เรื่องเตรียมเข้าฉายนายคมสันต์ เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพาณิชย์ และรองกรรมการผู้อำนวยการ ธุรกิจภาพยนตร์ บริษัท อาร์เอส เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ปีหน้าคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตมากกว่าปีนี้อย่างแน่นอน เพราะมีภาพยนตร์ต่างประเทศ หรือหนังฮอลลีวูด ที่เตรียมจะเข้าฉายในปีหน้ามีจำนวนมาก กว่าปีนี้ถึง 30
–40%ในขณะที่ภาพยนตร์ไทยก็มีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าจะเข้าฉายประมาณ 40 เรื่อง จากปีนี้ที่มีประมาณ 30 เรื่อง ดังนั้นจำนวนภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ภาพรวมตลาดมีอัตราการเติบโตขึ้น โดยภาพยนตร์ต่างประเทศหรือหนังฮอลลีวูดจะมีอัตราการเติบโต 30
–40%สำหรับอุตสาหกรรมภาพยนตร์ปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 15% หรือมีมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดภาพยนตร์ไทย 40% เพิ่มจาก 30% เมื่อปี 2552 ที่ผ่านมา หรือคิดเป็นมูลค่า 1,800 ล้านบาท เนื่องจากจำนวนภาพยนตร์ต่างประเทศที่เข้าฉายในปีนี้ลดลง
ด้านภาพรวมธุรกิจด้านภาพยนตร์ของบริษัทในปีนี้มีภาพยนตร์เข้าฉายเพียง 2 เรื่อง จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4 เรื่อง คือ แฟนใหม่ และสามย่าน ส่วนภาพยนตร์เรื่องบางกอกกังฟู เลื่อนวันเข้าฉายจากเดือน ธ.ค.นี้ไปเป็นช่วงปลายไตรมาสแรก หรือต้นไตรมาส 2 ของปีหน้า เพราะต้องการลดการแข่งขันที่มีหนังไทยทำออกมาหลายเรื่อง ขณะที่หนังต่างประเทศเองก็มีหนังทำเงินหลายเรื่องเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม โมเดลธุรกิจใหม่ที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปีนั้น พบว่ามีประสิทธิภาพดี โดยภาพยนตร์เข้าฉายทั้งสองเรื่องทำรายได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ คือเรื่องละประมาณ 50 ล้านบาท ส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจภาพยนตร์ปีนี้มีรายได้ 100 ล้านบาท ปีหน้าบริษัทคาดว่าจะผลิตภาพยนตร์เข้าฉายได้ 3 เรื่อง
“
แผนธุรกิจภาพยนตร์ที่ได้มีการปรับโมเดลใหม่ในปีนี้ คือ การเปลี่ยนชื่อจาก อาวอง เป็น ฟิล์ม อาร์ อัส พร้อมทีมงานผู้ผลิตรุ่นใหม่มีความสามารถในการทำงาน และนโยบายการทำงานที่ตั้งอยู่บนความเป็นไปได้ในทางธุรกิจบนความเสี่ยงที่น้อยที่สุด ตั้งเป้ารายได้ 200 ล้านบาท หรือโตขึ้นจากปี 2552 25%” นายคมสันต์ กล่าวส่วนแผนงานด้านการผลิตละครโทรทัศน์ในปีหน้า บริษัทมีแผนที่จะผลิตละครซีรีส์ไม่ต่ำกว่า 2
–3 เรื่อง เพราะเป็นการลงทุนที่ไม่สูงนัก สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยในปีนี้ไม่เติบโตมากนัก เพราะมีเหตุการณ์สำคัญๆ เช่น การแข่งขันฟุตบอลโลก เป็นต้น






